เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



พระราชประวัติ "พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3" ประมุของค์ใหม่แห่งสหราชอาณาจักร


6 พ.ค. 2566, 14:52



พระราชประวัติ "พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3" ประมุของค์ใหม่แห่งสหราชอาณาจักร




พระราชวังบัคกิงแฮมประกาศกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะมีขึ้นในวันที่ 6 พ.ค. 2566 ที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ พีพีทีวี เอชดี 36 ชวนมาทำความรู้จักพระราชประวัติพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ของอังกฤษและสหราชอาณาจักร

สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 ทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระราชมารดาเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565 ซึ่งสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างเป็นทางการ ในฐานะองค์รัชทายาท ทั้งพิธีการในสหราชอาณาจักรและในต่างประเทศ ตั้งแต่ครั้งทรงดำรงอยู่ในฐานะเจ้าชายแห่งเวลส์ ซึ่งทรงสนพระราชหฤทัย และมีส่วนสำคัญในการจัดตั้งองค์กรการกุศลมากกว่า 20 แห่งตลอดช่วง 40 ปี 

สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 ทรงงานอย่างใกล้ชิดกับองค์กรต่างๆ มากมาย พร้อมทั้งทรงสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทั้ง สิ่งแวดล้อม ชุมชนในชนบท ศิลปะสุขภาพ และการศึกษา 

สำหรับสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 พระราชสมภพ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 1948 เป็นพระราชโอรสองค์โตของ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 กับเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระจากนั้น 1 เดือนต่อมา เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ทรงได้พระนามอย่างเป็นทางการว่า ชาร์ลส์ ฟิลิป อาร์เธอร์ จอร์จ โดยอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี ดร.จอฟฟรีย์ ฟิชเชอร์



ต่อมา พระราชมารดาได้รับการสถาปนาเป็น สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ซึ่งอยู่ในฐานะโอรสองค์โตทรงดำรงตำแหน่ง รัชทายาททันทีเมื่อมีพระชนมายุ 3 พรรษา

สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 เสด็จเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนฮิลล์ เฮาส์ (Hill House) ในเมืองลอนดอน จากนั้น 10 เดือนต่อมาทรงย้ายมาเรียนที่โรงเรียนในเบิร์กเชียร์ (Berkshire) ก่อนที่จะทรงได้รับการแต่งตั้งให้เป็น เจ้าชายแห่งเวลส์และเอิร์ลแห่งเชสเตอร์ เมื่อพระชนมายุ 9 พรรษา

เดือนเมษายน พ.ศ. 2505 เจ้าชายแห่งเวลส์ (พระยศในขณะนั้น) ทรงเริ่มภาคเรียนแรกที่ โรงเรียนกอร์ดอนสตัน (Gordonstoun) ใน สกอตแลนด์ซึ่งดยุคแห่งเอดินบะระ ทรงเคยเข้ารับการศึกษาที่นี่เช่นกัน 

จากนั้นพระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาจาก มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในภาคศิลปศาสตรบัณฑิต และยังทรงเข้ารับการศึกษาภาษาเวลส์ที่มหาวิทยาลัยอาเบอริสต์วิธ ในเวลส์เป็นเวลาหนึ่งภาคการศึกษา

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 เจ้าชายแห่งเวลส์ทรงเสกสมรสกับเลดี้ไดอานา สเปนเซอร์ ณ มหาวิหารเซนต์ปอล และทรงมีพระโอรส 2 พระองค์ ได้แก่ เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี

ต่อมา เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2535 นายกรัฐมนตรีจอห์น เมเจอร์ ได้ประกาศต่อสภาว่าเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์ตกลงที่จะแยกทางกัน ทำให้การอภิเษกสมรสสิ้นสุดลงในวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2539 โดยเจ้าหญิงไดอานายังคงเป็นสมาชิกของราชวงศ์ต่อไป จากนั้นอีกราว 1 ปี เจ้าหญิงไดอานา สิ้นพระชนม์ในอุบัติเหตุรถชนในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส 

ต่อมา วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2548 เจ้าชายแห่งเวลส์และนางคามิลลา ปาร์กเกอร์ โบว์ลส์ ได้เข้าพิธีอภิเษกสมรส และนางคามิลลา ปาร์กเกอร์ โบว์ลส์ได้รับการขนานนามว่าเป็น ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์

ต่อมาในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีแถลงการณ์ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปีของสมเด็จพระราชินีนาถ ใจความว่า คามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์จะทรงเป็นที่รู้จักในฐานะสมเด็จพระราชินี

กระทั่งสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 สวรรคตเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ.2565 เจ้าชายชาลส์ขึ้นครองราชสมบัติเป็นสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ทำให้ คามิลลา ทรงขึ้นดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระราชินีคามิลลาแห่งสหราชอาณาจักร


สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3  ทรงสนับสนุนกองทัพและทรงเห็นว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดในบทบาทของพระองค์ตั้งแต่ทรงดำรงตำแหน่งรัชทายาท โดยทรงส่งเสริมบทบาทของกองทัพ รวมถึงสวัสดิการต่างๆ ของ ทหารผ่านศึก และครอบครัว ทั้งในสหราชอาณาจักรและทั่วเครือจักรภพ

ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ขององค์กรการกุศลและองค์กรต่างๆ ของเวลส์ เช่น The Royal Welsh College of Music and Drama, Ty Hafan และสถานสงเคราะห์เด็กในเวลส์

ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ขององค์กรต่างๆ ของสกอตแลนด์ เช่น Scottish Chamber Orchestra, Royal Conservatoire of Scotland, Scottish Wildlife Trust, Aberdeen Angus Cattle Society, Glasgow School of Art และ Gordon Highlanders Museum

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยือนไอร์แลนด์เหนือเป็นประจำ และทรงงานการกุศลมากมาย เช่น The Prince's Trust และ Business in the Community 

ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ของมูลนิธิต่างๆ เช่น The Royal Ulster Constabulary GC Foundation และ Ulster Watercolor Society โดยทรงสนพระราชหฤทัยเป็นพิเศษในการออกแบบบ้านและสวน  และทรงมีพระราชดำริให้ปราสาทต่างๆกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในไอร์แลนด์เหนือ

นอกจากนั้น ในฐานะเจ้าชายแห่งเวลส์ ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปต่างประเทศทุกปีตามคำกราบบังคมทูลเชิญเพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ทางการทูตของอังกฤษ รวมถึงทรงสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำลังเป็นเรื่องที่ท้าทายในหลายประเทศทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 6 เมษายน 2566 สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา จะทรงได้รับการสวมพระมหามงกุฎพร้อมกัน โดยกษัตริย์พระองค์ใหม่นั้นถือเป็นพระเจ้าแผ่นดินอังกฤษลำดับที่ 40 ที่ได้ประกอบพิธีราชาภิเษกในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ใจกลางกรุงลอนดอน นับตั้งแต่ปี 1066 เป็นต้นมา






Recommend News






MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.