เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



กรมควบคุมโรคกำหนดมาตรการสาธารณสุขในการเข้าประเทศไทยสำหรับผู้เดินทางชาวต่างชาติ มีผลตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. 66


11 ม.ค. 2566, 10:55



กรมควบคุมโรคกำหนดมาตรการสาธารณสุขในการเข้าประเทศไทยสำหรับผู้เดินทางชาวต่างชาติ มีผลตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. 66




วันนี้(11 ม.ค. 66) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 66 กรมควบคุมโรค  กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดมาตรการสาธารณสุขในการเข้าประเทศไทย สำหรับผู้เดินทางชาวต่างชาติ (Public Health Measures for Foreign Travelers Entering Thailand) ซึ่งมาตราการดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. 66 เป็นต้นไป  โดยมีรายละเอียดดังนี้



1.ยกเลิกข้อกำหนดตรวจเอกสารรับวัคซีน ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย

2.ผู้เดินทางที่มาจากประเทศที่กำหนดให้มีผลตรวจ RT-PCR เป็นลบก่อนจะเดินทางออกจากประเทศไทย จะต้องมีประกันสุขภาพวงเงินไม่น้อยกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่ครอบคลุมกาารรักษาโควิด19 ตลอดช่วงระยะเวลาที่อยู่ในประเทศไทยและบวกเพิ่มอีก7 วัน  โดยเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อจะสุ่มตรวจเอกสารรับรองประกันสุขภาพของผู้เดินทางจากต่างประเทศดังกล่าวหากพบว่าไม่มีเอกสารประกันสุขภาพ ผู้นั้นจะต้องซื้อประกันสุขภาพก่อนเข้าเมือง

ทั้งนี้ ณ วันที่ 10 ม.ค. 66 สำหรับประเทศที่มีการกำหนดให้ผู้เดินทางมีผล RT-PCR มีผลลบก่อนจะออกจากประเทศไทย 2 ประเทศ ประกอบด้วย จีนแผ่นดินใหญ่(China Mainland) และ อินเดีย(India)

อย่างไรก็ตาม สำหรับหรับผู้ประกอบภารกิจรวมถึงลูกเรือ นักเรียน อาจจะใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงานเจ้าภาพหรือเอกสารแสดงถึงการมีประกันรูปแบบอื่นรับรองแทน


3.ผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทยและผู้โดยสารที่เปลี่ยนเครื่องหรือต่อเครื่อง ได้รับการยกเว้นจากการตรวจสอบเอกสารประกันสุขภาพ

4.สายการบินต้องยึดตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติตามคู่มือแนวทางตามความเหมาะสม เช่น ขอให้ผู้โดยสารสวมใส่หน้ากากตลอดการเดินทาง ยกเว้นช่วงรับประทานอาหาร หรือในภาวะฉุกเฉิน

5.ผู้โดยสารที่มีอาการของโรคโควิด19 ระหว่างเดินทาง ได้รับการแนะนำให้รับการตรวจโควิด19 เมื่อเดินทางมาถึงจุดหมาย

สำหรับผู้มีข้อคำถามสามารถติดต่อสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422  หรือศึกษาข้อมูลที่เว็บไซต์ https://ddc.moph.go.th/index.php






Recommend News





MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.