วันที่ 7 ธ.ค. 2564, 00:00 ISSN - 2586-9051 โอเอ็นบีนิวส์ ONB news



"บิณฑ์" ลุยสิงห์บุรีพร้อมทีมงาน แจกถุงยังชีพ-ช่วยเงินสดชาวบ้าน


21 ต.ค. 2564, 08:44



"บิณฑ์" ลุยสิงห์บุรีพร้อมทีมงาน แจกถุงยังชีพ-ช่วยเงินสดชาวบ้าน




“บิณฑ์ บันลือฤทธิ์”  ดารา-นักแสดง และเป็นผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้นำทีมลุยช่วยผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในปีนี้ ซึ่งล่าสุด คุณบิณฑ์ ได้นำทีมงานมูลนิธิร่วมกตัญญูเกือบ 300 ชีวิต พร้อมเรือท้องแบน รถยกสูง พร้อมถุงยังชีพ และเจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัย เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 5 ต.อินทร์บุรี อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี หลังจากมวลน้ำจากคันดินที่กั้นน้ำเมื่อเวลา 9.00 น. ที่ผ่านมาพัง ทำให้มวลน้ำจำนวนมากไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ทั้ง 3 หมู่



โดย คุณบิณฑ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เพิ่งกลับมาจากการช่วยเหลือประชาชนที่ จ.ชัยภูมิ หลังจากได้ทราบข่าวว่า คันดินที่ อ.อินทร์บุรี พัง ชาวบ้านเก็บของไม่ทัน จึงรีบกลับมาช่วยประชาชนชาวอินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ก่อน ชาวบ้านเล่าว่าน้ำมาเร็วมาก และไม่มีใครคาดคิดว่าคันกั้นน้ำจะพังเลยแทบไม่มีใครเก็บของทัน ชาวบ้านเก็บของไปด้วย ร้องไห้ไปด้วย สิ่งที่ทำอันดับแรกคือการให้กำลังใจ เยียวยา และช่วยเหลือชาวบ้าน โดยตนนำถุงยังชีพ น้ำดื่มพร้อมเงินสด ลุยน้ำเข้าช่วยเหลือให้กับผู้ประสบอุทกภัยถึงครัวเรือน ทุกหลังคาเรือน และยังนำเรือท้องแบนช่วยประชาชนขนของ และรับส่งคนที่ติดอยู่ในบ้าน สร้างความปลื้มใจและดีใจให้กับชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้เป็นอย่างมาก


และในขณะที่ช่วงค่ำของวันนี้มีรายงานว่าคันดินกั้นน้ำในจุดเดิมเกิดพังซ้ำ ทำให้ชุมชนเขตเทศบาลถึงขั้นวิกฤตกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก เจ้าหน้าที่ฯ ต้องเร่งนำดินและหินเข้าอุดกั้นรอยรั่วดังกล่าว โดย คุณบินฑ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับภารกิจวันนี้ถือเป็นอีกครั้งหนึ่งที่พบว่าระดับน้ำท่วมสูง ซึ่งสูงประมาณ 1.6 เมตร โดยตนเองมองว่า สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ประสบภัยซึ่งส่วนใหญ่ยังพักอาศัยในบ้านชั้นสองและไม่สามารถออกไปข้างนอกได้เนื่องจากบางบ้านก็ไม่มีเรือ จึงต้องลุยน้ำ นั่งเรือท้องแบนเข้ามามอบถุงยังชีพให้ถึงครัวเรือน ซึ่งเหตุการณ์อุทกภัยปีนี้ตนได้เดินทางไปช่วยมาแล้ว 7 จังหวัด ตั้งแต่ภาคเหนืออีสานและภาคกลาง โดยหลังจากนี้จะเดินหน้าเข้าช่วยเหลือพี่น้องในจังหวัดสิงห์บุรีอย่างต่อเนื่อง ส่วนเงินที่มอบให้มอบให้หลังละ 500 ถึง 1,000 บาท นั้น ขณะนี้ใช้เงินไปแล้วเกือบ 2 ล้านบาท











©2018 ONBNEWS. All rights reserved.