เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



สธ. คาดหลังล็อกดาวน์ 1-2 เดือน ยอดผู้ติดเชื้อโควิด - เสียชีวิตลดลง


7 ส.ค. 2564, 15:12



สธ. คาดหลังล็อกดาวน์ 1-2 เดือน ยอดผู้ติดเชื้อโควิด - เสียชีวิตลดลง




เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม เวลา 11.30 น. กระทรวงสาธารณสุขแถลงสถานการณ์วัคซีนโควิด-19 นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า วันนี้สถานการณ์โควิดทั่วโลกอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 668,000 กว่าคน เสียชีวิต 9,923 คน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2.12% ในส่วนนี้มีที่อเมริกามีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตค่อนข้างมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เฉพาะเมื่อวันวานกับวันนี้มีผู้ติดเชื้อถึง 113,000 กว่าราย เสียชีวิต 700 กว่าราย ในประเทศแถบยุโรป เช่น สหราชอาณาจักร มีประชากรใกล้เคียงกับประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อ 31,000 กว่าคน เสียชีวิต 92 คน เทียบกับรอบๆ บ้านเรา เช่น อินโดนีเซีย มีผู้ติดเชื้อมาก 39,532 คน เสียชีวิต 1,635 คน มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตใกล้เคียงกับไทย

ในประเทศสหรัฐอเมริกามีอัตราป่วยกับประชากร 1 ล้านคน เมื่อเทียบกับไทยแล้ว ไทยจะน้อยกว่าประมาณ 10 เท่า ถ้าเป็นอัตราตายกับประชากร 1 ล้านคน ทางอเมริกาจะมากกว่าไทย 22-23 เท่า ดังนั้นช่วงจากนี้ 2-4 สัปดาห์ข้างหน้าเราจะต้องช่วยกันลดจำนวนผู้ติดเชื้อลง ในภาพรวมยังเป็นขาขึ้นอยู่ เนื่องจากมีการระบาดสายพันธุ์เดลต้าในหลายรัฐ พบว่า มีติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนประเทศยุโรป มีติดเชื้อพันธุ์เดลต้าในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา บางประเทศอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นอยู่ บางประเทศก็จะลงมาเล็กน้อย ต้องติดตามว่าการฉีดวัคซีนให้มากกว่า 50% ในกลุ่มประชากรในส่วนของประเทศยุโรปจะสามารถช่วยลดการเสียชีวิตและลดการติดเชื้อได้มากน้อยแค่ไหน เท่าที่ดูในขณะนี้ที่สหราชอาณาจักรเริ่มมีผู้ป่วยและเสียชีวิตลดลง ขณะที่ฝรั่งเศสกับสเปนก็ลดลง ส่วนเยอรมันกับอิตาลียังขาขึ้น

สำหรับวันนี้สถานการณ์ในประเทศไทย มีสัญญาณเป็นเชิงบวก พบหายป่วยแล้ว 21,108 ราย ใกล้เคียงกับผู้ป่วยรายใหม่ 21,839 ราย แสดงให้เห็นว่าระบบบริการที่ตอนนี้พยายามเต็มที่ให้ผู้ป่วยมีอาการหนักและอาการรุนแรงได้รับการรักษาเร็วขึ้น ถ้าสามารถหมุนเตียงได้เร็วขึ้นแบบนี้ จะทำให้การรักษาอาการได้ครบถ้วนมากขึ้น โดยที่กลุ่มหายป่วยวันนี้เป็นกลุ่มในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม 18,834 ราย ในเรือนจำ 455 ราย ในระบบการกักตัวที่บ้านและชุมชน 1,819 ราย กำลังรักษาอยู่ 213,444 ราย ป่วยปอดอักเสบยังสูง 5,159 ราย ใส่ท่อหายใจ 1,060 ราย เสียชีวิต 212 ราย เสียชีวิตสะสม 5,972 ราย 



สำหรับข้อมูลผลการตรวจ Antigen Test kit (ATK) ที่กรุงเทพฯ มีเก็บข้อมูลมาตลอด สัดส่วนคนที่ได้รับการตรวจและผลบวกประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ ช่วงนี้จะเห็นว่ากรุงเทพฯอยู่ในแนวโน้มสถานการณ์การติดเชื้อค่อนข้างคงตัวอยู่ที่ประมาณ 10% ถ้าต่อไปยังลดลงเรื่อยๆ จะเป็นแนวโน้มสัญญาณที่ดี ช่วยทำให้เห็นภาพว่าการฉีดวัคซีนเริ่มมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากที่ลดการแพร่เชื้อจากครอบครัวหนึ่งสู่ครอบครัวหนึ่ง หรือภายในบ้าน ที่ลดลงอย่างมาก ซึ่งทั่วประเทศที่ได้รับการตรวจ ATK มีผลบวก 6,026 ราย

ด้านการเสียชีวิตวันนี้ที่ค่อนข้างมาก 212 ราย อยู่ในกรุงเทพฯ 99 ราย ปริมณฑล 46 ราย ภาคใต้ 18 ราย ภาคอีสาน 13 ราย ภาคเหนือ 11 ราย ภาคกลางและภาคตะวันออก 25 ราย เป็นคนไทย 207 ราย เมียนมา 2 ราย จีน 2 ราย อินเดีย 1 ราย เป็นชาย 116 ราย หญิง 96 ราย สำหรับ 212 ราย เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 67%หรือ 141 ราย กลุ่มอายุน้อยกว่า 60 ปี 32% เป็นโรคเรื้อรัง 55 รายหรือ 26% อีก 6% หรือ 14 ราย ไม่มีประวัติโรคเรื้อรังตั้งครรภ์ 2 รายหรือ 1% ดูแล้วการเสียชีวิตมากสุด 93% คือกลุ่มผู้สูงอายุกับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และตั้งครรภ์หลัง 12 สัปดาห์ไปแล้ว หรือกลุ่ม 608 เป็นกลุ่มคนมีโอกาสป้องกันโรคได้ด้วยการฉีดวัคซีน ต้องได้รับการฉีดวัคซีนโดยด่วน จะช่วยทำให้ลดการป่วย และตายลงไปได้มาก

ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตเมื่อเชื่อมโยงกับการฉีดวัคซีน พบว่ามี 192 รายหรือ 91% ไม่เคยรับการฉีดวัคซีน 172 ราย หรือ 89.58% ได้รับวัคซีน 1 เข็มมี 19 ราย เป็นแอสตร้าเซนเนก้า 17 ราย ซิโนฟาร์ม 2 ราย และวัคซีน 2 เข็ม 1 ราย เป็นซิโนแวค


ทางด้าน กระทรวงสาธารณสุขได้ทำตัวเลขโมเดลคาดการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ถ้าคาดการณ์ว่าล็อกดาวน์วันที่ 20 กรกฎาคม-31 สิงหาคม (เส้นสีน้ำเงิน) จะช่วยทำให้การแพร่โรคจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งลดลงได้ 20% ส่วนตัวเลขคาดการณ์ล็อกดาวน์นาน 2 เดือนการล็อกดาวน์จะมีประสิทธิภาพ 25% (เส้นสีเขียว)โดยต้องเร่งฉีดวัคซีนผู้สูงอายุทั้งประเทศถึงเป้าหมายใน 1-2 เดือน

ในขณะที่สถานการณ์จริงวันนี้ติดเชื้อเพิ่ม 21,839 ราย ถ้าล็อกดาวน์ถึงวันที่ 31 สิงหาคม จะอยู่ที่ 22,413 ราย ถ้านาน 2 เดือนจะเหลือ 12,652 ราย หมายความว่าการล็อกดาวน์ยังมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ 20% อยู่ การเร่งฉีดวัคซีนจะยังไม่ออกผลจนกว่าจะฉีดผู้สูงอายุ และกลุ่มเป้าหมาย 608 ให้ครบถ้วนมากกว่านี้ ถึงจะดันยอดผู้ติดเชื้อลงมาได้

ดังนั้น คงต้องตั้งเป้าถึงจะปรับสถานการณ์จริงให้ใกล้เคียงกับตัวเลขที่คาดการณ์ เพื่อลดความรุนแรงของโรค ลดการติดเชื้อให้ได้ มี 3 อย่างหลักๆ ตั้งเป้าดำเนินการในดือนสิงหาคมนี้ คือ เร่งค้นหาผู้ติดเชื้อด้วย ATK เพิ่มทีม CCR ดูแลที่บ้านและมีศูนย์พักคอยรับกลับบ้าน บริหารจัดการระบบเตียงที่ปลายทางได้ชัดเจนมากขึ้น

สำหรับสถานการร์ผู้เสียชีวิต จากตัวเลขคาดการณ์ จากโมเดลเส้นสีน้ำเงินคาดการณ์ล็อกดาวน์ 20 กรกฎาคม-31 สิงหาคม มีประสิทธิภาพ 20% และสีเขียวล็อกดาวน์มีประสิทธิภาพ 25% นาน 2 เดือน มีการตั้งธงว่าผู้สูงอายุในพื้นที่ 29 จังหวัดสีแดง ต้องฉีดในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ 70% และจังหวัดอื่นๆ ให้ได้ประมาณ 50% เพื่อกดยอดผู้เสียชีวิต 212 รายลงมาอยู่ที่เส้นสีเขียวลงลงเหลือ 145 ราย ในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ และต้องรีบนำกลุ่มโรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์เร่งไปฉีดวัคซีนก่อนเพื่อลดอาการติดเชื้อ






Recommend News





MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.