เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



กรมอุทยานฯ แจ้งจับนักซิ่งชนเลียงผาดับ แล้วหนี ชี้ คุก 15 ปี ปรับ 1.5 ล้านบาท


30 ม.ค. 2564, 19:22



กรมอุทยานฯ แจ้งจับนักซิ่งชนเลียงผาดับ แล้วหนี ชี้ คุก 15 ปี ปรับ 1.5 ล้านบาท




 

วันนี้ 30 ม.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิพนธ์ จำนงศิริศักดิ์    ผู้อำนวยการสำนักบริหารอนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)เปิดเผยว่าตามข้อสั่งการนาย    วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ดำเนินการ แจ้งความ คนขับรถยนต์ชนสัตว์ป่าแล้วหนี ทุกกรณี เพื่อให้ถูกลงโทษ ให้เข็ดหลาบ จะได้มีความระมัดระวังในการขับรถยนต์มากขึ้นในการท่องเที่ยวในป่า หรือในอุทยาน  เพื่อรักษาชีวิตของสัตว์ป่าเอาไว้ เพื่อคงไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของสัตว์ป่าเมืองไทย

 

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2564  ที่ผ่านมา ได้รับรายงานจาก นายสิขกพงษ์ กระแจะจันทร์ ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.3 (บ้านโป่ง) นาย  อนันท์ ศรีผุดพ่อง หัวหน้าเขตห้ามล่าอุทยานสมเด็จพระศรีนครินทร์  เวลาประมาณ 4 ทุ่ม เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญมาแจ้ง  ต่อเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอุทยานสมเด็จพระศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี ว่ามีเลียงผา สัตว์ป่าสงวน ถูกรถยนต์ชน แล้วหนีในบริเวณเส้นทางสายไทรโยค-บ้านเก่า ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี  บริเวณเขาเรด้าร์ จึงได้ไปตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พบเลียงผาเพศผู้ มีสภาพขาหลังหัก ซี่โครงหัก สะโพกมีบาดแผล คางมีบาดแผลแต่ยังมีชีวิตจึงนำมาที่หน่วยพิทักษ์ป่าพุเลียบ เพื่อเตรียมจะส่งมารักษาที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าประทับช้าง มาถึงหน่วยเวลาประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง ในระหว่างที่กำลังจะนำส่งมารักษาเวลาประมาณ ตีหนึ่งเลียงผาตัวดังกล่าวก็ได้เสียชีวิตลง

 

วันนี้ 30 ม.ค.2564  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ONB news รายงานว่า นายนิพนธ์ ฯ จึงได้ให้ นายอนันท์ ฯ หัวหน้าเขตห้ามล่าสมเด็จพระศรีนครินทร์  ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ขับรถยนต์ชนเลียงผา แล้วหนีไป โดยขอให้พนักงานสอบสวนสภ.เมืองกาญจนบุรี สืบสวน สอบสวน  จากกล้องวงจรปิด((CCTV) ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว หรือใกล้เคียง หรือตามรายทาง เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดผู้ขับรถยนต์ดังกล่าว มาลงโทษให้จงได้ ตามพรบ.สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 มาตรา12 ในข้อหาล่าหรือทำอันตรายแก่เลียงผาสัตว์ป่าสงวนถึงแก่ความตาย โดยการขับรถยนต์ชนแล้วหนี ระวางโทษจำคุก3ปี-15 ปี ปรับตั้งแต่ 3 แสน-1ล้าน 5 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ

 

และความผิดพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ 2522 มาตรา 78 ผู้ใดขับรถ ในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น(เลียงผาถือว่าเป็นทรัพย์สินของรัฐ) ไม่ว่าจะเป็นความผิด ของผู้ขับขี่หรือไม่ก็ตามต้องหยุดรถ และให้ความช่วยเหลือ ตามสมควรและพร้อมทั้งแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ใกล้เคียงทันที ในกรณีไม่มีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิตระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ         

 

นายนิพนธ์ฯ ยังกล่าวต่อไปว่า เพื่อเป็นไปตามข้อสั่งการของนายวราวุธฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ  และสิ่งแวดล้อม จึงขอให้ผู้ขับรถยนต์ทุกคัน โปรดใช้ความระมัดระวัง ในการขับรถยนต์ เมื่อผ่านในเขตป่า หรือเขตอุทยาน ฯหากใช้ ความระมัดระวังอย่างเพียงพอ และขับรถโดยความเร็วไม่เกินตามอัตราที่กำหนดกฎหมายแล้ว หากมีสัตว์ป่าวิ่งตัดหน้าในระยะกระชั้นกระชิดทำให้ถูกรถยนต์ชนทำให้บาดเจ็บ หรือตาย ก็เป็นเหตุสุดวิสัยผู้ขับรถยนต์ ก็ไม่มีความผิด   เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 2015/ 2520 

 

นอกจากนี้มาตรา13 พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 ก็บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดล่า ถ้าหากกระทำด้วยความจำเป็นเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากอันตราย หรือเพื่อสงวนหรือรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สินของตนเองหรือผู้อื่น และได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ     ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ 

 

เพราะฉะนั้น ผู้ใดขับรถยนต์ชนสัตว์ป่าแล้ว หากได้ใช้ความระมัดระวัง         อย่างเพียงพอ และไม่ขับรถเร็วเกินอัตราที่ราชการกำหนดแล้ว ผู้ขับรถยนต์ที่ชนสัตว์ป่านั้นไม่ต้องหนี ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯที่อยู่ใกล้เคียง หรือเบอร์โทรกรมอุทยานฯ 1362  เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ถูกรถยนต์ชนโดยทันที ผู้ขับรถยนต์ดังกล่าวก็จะไม่มีความผิด  นอกจากจะเป็นการช่วยชีวิตสัตว์ป่าได้ทันท่วงที จะเป็นบุญกุศลในการช่วยเหลือชีวิตสัตว์ป่า และต่อความสมบูรณ์ของสัตว์ป่าของประเทศไทยด้วย

 

นายนิพนธ์ฯ ยังกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า ล่า ตามความหมายของพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 หมายถึง เก็บ ดัก จับ ยิงฆ่า หรือทำอันตรายด้วยประการอื่นใด แก่สัตว์ป่าที่ไม่มีเจ้าของ และอยู่อย่างเป็นอิสระ และให้หมายความรวมถึง การไล่ การต้อน การเรียก การล่อหรือการอื่นๆ เพื่อเก็บ ดับจับ ยิง ฆ่า หรือทำอันตรายแก่สัตว์ป่านั้น./

 

 



 


 






Recommend News






MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.