เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



เตรียมจับตาย ! จนท.ไล่ล่า "จระเข้" ต่อเนื่องวันที่ 3 ยังไร้วี่แวว ล่าสุด ! พบถ่ายของเสีย - รอยเท้าริมลำคลองแล้ว


20 ม.ค. 2564, 06:25



เตรียมจับตาย ! จนท.ไล่ล่า "จระเข้" ต่อเนื่องวันที่ 3 ยังไร้วี่แวว ล่าสุด ! พบถ่ายของเสีย - รอยเท้าริมลำคลองแล้ว




จากกรณีนายคีรี แย้มศิรี อายุ 40 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ออกไปตกปลาที่บริเวณลำคลองท่าสาร-บางปลา ท้องที่หมู่ 9 ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา แต่ปรากฏพบจระเข้ขนาดใหญ่ ลำตัวยาวกว่า 2 เมตร ลอยตัวลักษณะกำลังจะอาบแดดอยู่ฝั่งตรงกันข้าม เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 11.00 น.ของวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยการค้นหาจนถึงวันนี้เข้าสู่วันที่สามแล้วยังไม่สามารถจับจระเข้ได้

 

โดย 12.20 น.ที่ผ่านมาขณะที่นายเฉลิมพนธ์ หงษ์ยนต์ ประธานชมรมกู้ภัยทางน้ำ ภาค 7 รวมทั้งทีมงานและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอท่ามะกา ล่อเรือสำรวจไปตามริมฝั่งแม่น้ำ ห่างจากจุดที่พบจระเข้ครั้งแรก ประมาณ 500 เมตร ปรากฏพบจระเข้ตัวยาวกว่า 3 เมตร อาบแดดอยู่บนฝั่งที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม แต่ก็ไม่สามารถจับได้เนื่องจากจระเข้ตัวดังกล่าวไหวตัวและวิ่งลงไปใต้ท้องน้ำที่มีความลึกประมาณ 4 เมตร ได้ทัน

 

ผู้สื่อข่าว ONฺB news รายงานว่า ล่าสุดเมื่อเวลา 15.23 น.วันที่ 19 ม.ค.64 นายอนุชา หอยสังข์ นายอำเภอท่ามะกา พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอท่ามะกา น.ส.ธิราวัณ  โพธิเพชร หัวหน้ากลุ่มงานบริหารประมงจังหวัดกาญจนบุรี นางวิจิตตรา  ผินอินทร์ ประมงอำเภอท่ามะกา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าเรือ รวมทั้งผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ในพื้นที่ ได้ปรึกษาหารือกันที่บริเวณริมลำคลองท่าสาร-บางปลา โดยมีนายเฉลิมพนธ์ หงษ์ยนต์ รวมทั้งทีมงานของ นายนิค นิรุทธ์ ชมงาม เจ้าของฉายา มือปราบอสรพิษ ร่วมหารือ ส่วนตัวนายนิค อยู่ระหว่างการเดินทางมาสมทบ

 

โดยก่อนหน้าหน้านี้ทีมงานของนายนิค นิรุทธ์ ชมงาม ได้นำโครงไก่สด ไปแขวนเอาไว้ตามริมตลิ่งเพื่อล่อให้จระเข้ออกมากินเป็นอาหาร หากประสบความสำเร็จเจ้าหน้าที่ก็จะสามารถทราบได้ว่า จระเข้นั้นว่ายน้ำวนเวียนอยู่บริเวณใด แต่ที่แน่ๆขณะนี้พบว่ามีจระเข้อยู่ภายในลำคลองจำนวน 2 ตัวเป็นอย่างต่ำ

 

ทั้งนี้นายอนุชา หอยสังข์ นายอำเภอท่ามะกา กล่าวว่า เบื้องดต้นนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอท่ามะกา เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่ประมงอำเภอท่ามะกา ร่วมกันประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบไปแล้วว่ามีผู้พบจระเข้อยู่ภายในคลอง

 

ซึ่งครั้งแรกเจอจระเข้เพียงแค่ตัวเดียว คือวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากที่ตนได้รับรายงานตนก็เข้ามาติดตามดูในทันที แต่หลังจากนั้นก็มีก็มีข่าวว่าเจอจระเข้เพิ่มขึ้นมาอีก 3-5 ตัว แต่อยู่คนละที่กัน แต่ตัวที่พบเพิ่มนั้นตนยังไม่เห็น ส่วนตัวที่พบครั้งนั้นมันมีการถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้ได้ และมาในวันนี้ทางทีมงานชมรมกู้ภัยทางน้ำภาค 7 ได้นำเรือออกไปสำรวจและพบจระเข้ตัวยาวถึง 3 เมตรกว่า ซึ่งก็ได้รับการยืนยันมาเช่นนั้น

 

ถามว่าได้มีการวางแผนจับจระเข้ จะจับเป็นหรือจับตายนั้น ต้องรอดูสถานการณ์ก่อน เพราะขณะนี้นำในลำคลองมีเป็นจำนวนมาก ทำให้การจับค่อนข้างยาก แต่ถ้าพบจระเข้อยู่บนตลิ่ง ตามหลักถ้าจับเป็นได้ก็ต้องจับเป็น แต่ถ้าหากมันมีความเสี่ยงและจำเป็นจริงๆก็อาจจะมีกระบวนการอื่นต่อไป

 

แต่อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้สั่งการให้ผู้นำท้องที่ ประชาสัมพันธ์ห้ามไม่ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองอย่างเพิ่งลงไปเล่นน้ำหรือหรือทำอะไรก็แล้วแต่ในช่วงนี้ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจระเข้มันจะไปโผล่ขึ้นที่ตรงไหน เพราะเจ้าหน้าที่ก็เกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อชาวบ้านเช่นกัน

 

สำหรับในค่ำคืนนี้ก็คงจะมีการนำเรือออกสำรวจไปตามลำคลอง หากไฟส่องสว่างกระทบเข้ากับดวงตาของจระเข้ เจ้าหน้าที่ก็จะทราบได้ทันที เบื้องต้นหากพบก็คงจะใช้เชือกคล้องที่คอ แต่หากสถานการณ์ไม่อำนวย ก็คงต้องใช้วิธีอื่น

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเมื่อเวลา 17.30 น.ที่ผ่านมา คณะเจ้าหน้าที่ได้ออกสำรวจพื้นที่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ประกฎว่า พบร่องรอยเท้าจระเข้เดินอยู่ริมฝั่งและยังพบขี้ของเสียที่จระเข้ขับถ่ายออกมากองอยู่ด้วย ขณะเดียวกันค่ำคืนนี้ นายนิรุทธ์ ชมงาม มือปราบอสรพิษ พร้อมด้วยนายเฉลิมพนธ์ หงส์ยนต์ ปธ.ชมรมกู้ภัยทางน้ำ ภาค 7 นักประดาน้ำชื่อดัง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครอง

 

จะสนธิกำลังนำเรือยนต์ลาดตระเวนไปตามลำคลอง ด้วยการใช้ไฟฉายส่งหาจระเข้ เบื้องต้นหากพบตัว จะใช้วิธีการใช้เชือกคล้องคอ แต่ถ้าหากสถานการณ์ค่อนข้างอันตราย เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นจะต้องจับตายด้วยการใช้อาวุธปืนลูกซองยาวกระสุนหัวระเบิด เบอร์ 9 ที่เตรียมมายิงให้เสียชีวิตเพื่อความปลอดภัยของทุกคน 

 

 




 






Recommend News





MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.