เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



วิกฤตดาราแห่ย้ายช่อง หรือเรตติ้ง อาจจะไม่สำคัญอีกต่อไป 


2 ธ.ค. 2563, 15:49



วิกฤตดาราแห่ย้ายช่อง หรือเรตติ้ง อาจจะไม่สำคัญอีกต่อไป 




 

ต้องบอกว่าปลายปี 2020 ในวงการบันเทิงบ้านเรามีข่าวใหญ่สะเทือนวงการมากมาย หนึ่งในนั้นคือข่าวการโยกย้ายสังกัดของนักแสดงตัวท็อปวิกหมอชิต ได้แก่พอร์ช ศรัณย์  ,มิน พีชญา,แซมมี่ เคาวเวลล์ และ พิม พิมประภา ที่ ตัดสินใจ ไม่ต่อสัญญา  และก่อนหน้านี้ มีอีกหลายคนโบกมือลา อาทิ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ,ขวัญ อุษามณี ,กรีน อัษฎาพร ,ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ,จั๊กจั่น อคัมย์สิริ ,พีค ภัทรศยา ,ยุ้ย จีรนันท์ ,โบ เมลดา เป็นต้น 


ทำให้ตอนนี้  ช่อง7 แทบจะไม่เหลือนางเอกตัวแม่อยู่เลย ยกเว้น อั้ม พัชราภา ที่ลอยตัว ขอรับละครปีละเรื่อง
ส่วนคนอื่นๆรุ่นกลาง ก็เหลือเพียง ฐิสา วริฏฐิสา ,นาว ทิสานาฏ, ทับทิม อัญรินทร์, เปรี้ยว ทัศนียา 4 คนเท่านั้น ขณะที่เซฟ เซฟฟานี  ขอพักงานละคร 

ท่ามกลางการถกเถียงกันของชาวโซเชี่ยลว่า ช่อง7ถือเป็นช่องที่มีเรตติ้งมากที่สุด ผลิตเรื่องไหนมา มักจะมีเรตติ้งสูงกว่าทุกช่อง เฉลี่ยทั้งเรื่องเรตติ้งจะอยู่ที่ 5-6-7 แล้ว บางเรื่องจะมีเรตติ้งในตอนจบสูงถึง 10+ ในขณะที่ช่องคู่แข่ง เฉลี่ยทั้งเรื่องจะอยู่แค่ 1-2-3 บางเรื่องจะมีเรตติ้งในตอนจบสูงถึง 5+  หลายคนสงสัยว่า ทำไมเรตติ้งก็ดี แต่ดาราก็แห่ย้ายออกกันเยอะมาก

 

หากมองในเรื่องกระแสโซเชี่ยล หรือนักแสดงที่มีกระแสจริงๆ  ช่อง7 จะมีจุดด้อยในเรื่องนี้ ปัจจุบัน นักแสดงที่พอจะมีกระแสอยู่บ้างก็มีไม่มีคน อาทิ อั้ม พัชราภา, เวียร์ ศุกลวัฒน์ , มุกดา นรินทร์รักษ์ ,เข้ม หัสวีร์ ,ไมค์ ภัทรเดช, มิกค์ ทองระย้า และด้วยเหตุนี้เอง ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่นักแสดงช่อง7 ต้องโบยบินไปหากระแสนอกช่อง เพราะต่อให้ละครมีเรตติ้งมากแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้ช่วยเรื่องกระแสได้เท่าที่ควร ละครจบ แต่ก็ไม่ได้ทำให้นักแสดงกลายเป็นที่รู้จัก หรือต่อยอดในงานอีเว้นท์ พรีเซนเตอร์ได้

ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วหลายๆ เรื่องโดยเฉพาะครบู๊ ที่มักจะได้เรตติ้งสูงตลอด อย่างเช่น 
มหาหิน ที่ได้เรตติ้งสูงถึง 9 แต่นักแสดงนำอย่าง จิณณ์ จิณณะ และ ตูน พิมพ์ปวีณ์ ก็ไม่ได้มีชื่อเสียงขึ้นไปกว่าเดิม จนตอนนี้นางเอกของเรื่อง หนีไปซบช่อง3 แล้ว หรือจะเป็นเรื่อง สารวัตรใหญ่  ที่ได้เรตติ้งสูงถึง 11.3 แต่นักแสดงนำอย่าง เอส กันตพงศ์ และ เปรี้ยว ทัศนียา ก็ไม่ได้มีกระแสดังเปรี้ยงปร้าง ล่าสุดปีนี้คือ  ร้อยป่า ที่ได้เรตติ้งสูงถึง  10.7  แต่นักแสดงนำอย่าง บิ๊กเอ็ม กฤตฤทธิ์  และ ปูเป้ เกศรินทร์ ก็เงียบฉี่ ไม่ได้ต่อยอดความแรงจากเรตติ้งเลย


และหากเทียบฟอร์มกับละครช่องอื่นๆ ที่เรตติ้งน้อยมาก แต่ละครกลับดังเปรี้ยง เดินสายรับรางวัล หรือนักแสดงนำ เดินสายกวาดงานอีเว้นท์ พรีเซนเตอร์ ก็มีให้เห็นเยอะ  ที่เห็นได้ชัดช่วงนี้คือ  ไบร์ท วชิรวิชญ์ และ วิน เมธวิน ไอดอลขวัญใจแฟนๆ จากจีเอ็มเอ็มทีวี 2นักแสดงวัยรุ่นที่มาแรงที่สุดใน พ.ศ.นี้ จาก ซีรีส์เรื่องดังอย่าง “เพราะเราคู่กัน 2gether The Series” หรือ "คั่นกู"  โด่งดังถึงขนาดนางเอกฮอตอย่าง  มิน พีชญา คลั่งไคล้สุด ๆ  เรียกว่าเดินสายรับรางวัลคู่จนเมื่อย รวมถึงมีงานอีเว้นท์ โฆษณา จองตัวยาวถึงปีหน้า ทั้งที่เรื่องนี้ ไม่ได้มีเรตติ้งสูงอะไรเลย เฉลี่ยแล้ว ไม่ถึง 1 ด้วยซ้ำ 

"เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงที่มาของรายได้มันไม่ได้วางว่าต้องเรตติ้งเท่านี้ๆ ถึงจะมีรายได้ ไม่ใช่ ยกตัวอย่างง่ายๆ ทุกวันนี้ ไบร์ท-วิน ดังมั้ย โคตรดัง แล้ว ไบร์ท-วิน เคยเล่นละครที่เรตติ้งสูงมั้ย ไม่นะ นี่คือไม่ได้มาจากเรตติ้งนะ"

นี่คือคำพูดของ บอย ถกลเกียรติ ในงานแถลงข่าวเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจ




เมื่อก่อน พูดถึง เรตติ้ง ต้องบอกว่าคำนี้มีความสำคัญกับ อุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์ ทั่วโลก เพราะเป็นมาตรวัดที่บ่งชี้ความนิยมของรายการ และสถานีโทรทัศน์ ที่จะมีผลต่อการซื้อสื่อโฆษณาของบรรดา Advertiser ทั้งหลาย

นั่นหมายความว่า รายการใด ละครใด สถานีโทรทัศน์ช่องไหนที่มี เรตติ้ง สูง ย่อมหมายถึง Performance ดี ทั้งในเชิงคอนเทนต์ และการเข้าถึงกลุ่มผู้ชม ซึ่งจะมีผลต่อรายได้เม็ดเงินโฆษณาที่เข้ามา

แต่หลังจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของการใช้ สมาร์ทโฟนบวกกับเกิดขึ้นของ แพลตฟอร์มดิจิทัล ที่ส่งผลให้ “Media Landscape” และ “พฤติรรมการบริโภคสื่อ” ของคนในสังคมเปลี่ยนไปในหลายด้าน เช่น ทุกคนมี “Prime Time” เป็นของตัวเอง ทุกคนเป็นผู้กำหนดการรับชมคอนเทนต์ด้วยตัวเอง ทุกคนสามารถรับชมคอนเทนต์ได้ทุกที่-ทุกเวลาตามที่ตัวเองสะดวก พฤติกรรมการรับชมคอนเทนต์ กลายเป็น “Multi-screen”

ทั้ง Content Provider และ Broadcaster ที่มาจากสื่อทีวีดั้งเดิม กระจายหลากหลายสื่อดิจิทัล เพื่อเข้าถึงผู้ชมให้ได้มากที่สุด ทำให้นับวันคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มดิจิทัลมีแต่จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ 

ด้วยเหตุนี้เองทำให้การรับชมคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่มีทั้งแบบ Live Streaming, Video On Demand และวิดีโอดูย้อนหลัง กลายเป็น “New Normal” ของอุตสาหกรรมสื่อไปแล้ว ส่งผลให้เรตติ้งแต่ละสถานีลดลงจากเมื่อก่อนเยอะ เพราะคนหันมาเสพคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มดิจิทัลกันเยอะ  และกลุ่มคนที่เสพคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล ส่วนใหญ่จะเป็นตลาดคนเมือง เมื่อคอนเทนต์ไหนถูกใจ ก็จะมีการแชร์ต่อ พูดคุยกันเป็นไวรัล ส่งผลให้ละครหรือรายการนั้นๆ โด่งดังจากปากต่อปาก ดังนั้นพูดง่ายๆคือ ถ้าละครเรื่องไหนตีตลาดคนกลุ่มนี้ได้ นั่นหมายความว่า ละครเรื่องนั้นมีโอกาสโด่งดังเป็นวงกว้าง แม้ในความเป็นจริงเรตติ้งจะได้แค่1-2 ก็ตาม เนื่องจากคนกลุ่มนี้จะเสพละครบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ไม่ใช่ทีวี 


ดังนั้นจึงไม่แปลก ที่นักแสดงช่อง7 หลายคน จะออกจากตลาดภูธร ไปหากระแสในตลาดคนเมือง แต่ก็ใช่ว่า ช่อง7 จะไม่ผลิตคอนเทนต์เรียกกระแสได้เลย อย่างล่าสุด โซ่เวรี ที่ตีตลาดทั้งภูธรและคนเมือง ส่งให้พระนางของเรื่อง เดินสายรับงานคู่แบบรัว ๆ นี่แหละคือตัวอย่าง คอนเทนต์คุณภาพจริงๆ ที่ไม่ต้องพึ่งว่าเรตติ้งจะสูง แค่ตีตลาดโซเชี่ยลได้ ก็เรียกกระแส เรียกงาน ให้นักแสดงต่อยอดในวงการได้แล้ว






Recommend News





MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.