เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



คืบหน้า!! ชาวเมียนมา พร้อมลูกไข้ขึ้นสูง หวั่นป่วยโควิด-19 รร.บ้านกุยแหย่ สั่งปิดเรียน 3 วัน


1 ก.ย. 2563, 16:54



คืบหน้า!! ชาวเมียนมา พร้อมลูกไข้ขึ้นสูง หวั่นป่วยโควิด-19 รร.บ้านกุยแหย่ สั่งปิดเรียน 3 วัน




จากกรณีที่พบชาวเมียนมา จำนวน 2 คน หลบหนีเข้าเมืองมาโดยผิดกฎหมายผ่านมาตามช่องทางธรรมชาติ และมาพักอาศัยในพื้นที่บ้านพุล่อ หมู่ที่ 3 ตำบลลิ่นถิ่น อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเบื้องต้นตรวจพบมีอาการไข้ขึ้นสูง อาจจะเข้าข่ายสงสัยป่วยโรคโควิด-19 และยังพบเด็กชายอายุ 1 ปี ในบ้านที่ทั้งสองคนไปพักอาศัยอยู่ด้วยก็เข้าข่ายด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังพบผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านกุยแหย่ หมู่ที่ 2 บ้านกุยแหย่ ตำบลลิ่นถิ่น อีกจำนวน 3 คน จึงทำให้ทางโรงเรียนฯ สั่งปิดเรียนเป็นเวลา 3 วัน ทันทีนั้น

ล่าสุดวันนี้ ( 1 ก.ย.63 )  ผู้สื่อข่าว ONB news รายงานว่า นายนิล โชคสงวนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกุยแหย่ พร้อมด้วยครู ร่วมกับเทศบาลตำบลลิ่นถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกุยแหย่ อสม. ผู้นำชุมชน และผู้ปกครองนักเรียน ได้ร่วมกัน Big Cleaning โดยทำการฉีดพ่นทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วทั้งโรงเรียน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด–19

โดย นายนิล โชคสงวนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกุยแหย่ เปิดเผยว่า ตนเน้นการป้องกันตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ขึ้นในพื้นที่ได้ ซึ่งบุคลากรในโรงเรียนทุกคนก็ดำเนินการด้วยความเข้มแข็ง และเบื้องต้นจึงได้สั่งนักเรียนให้หยุดเรียนชั่วคราวเป็นเวลา 3 วัน นับตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 3 กันยายน 2563 เพื่อเป็นการป้องกันเอาไว้ดีกว่าต้องมาแก้กันทีหลัง เพราะหากเกิดมีใครติดเชื้อเพียงคนเดียว ก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ทันที พร้อมกันนี้ครูของโรงเรียน ร่วมกับ เทศบาลตำบลลิ่นถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกุยแหย่ อสม. ผู้นำชุมชน และผู้ปกครองนักเรียน ก็ได้ร่วมกัน Big Cleaning ด้วยการฉีดพ่นทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ระหว่างรอผลการตรวจยืนยันในวันพรุ่งนี้ (2 ก.ย.63) ซึ่งหากพบเชื้อหรือไม่พบเชื้อ จึงค่อยนำมาพิจารณาวางแนวทางในเรื่องของการเรียนการสอนต่อไป ขณะที่ตนได้สั่งให้เด็กนักเรียนห้ามออกจากบ้านหากไม่มีความจำเป็น และห้ามไปในที่ชุมชน รวมทั้งให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมอนามัย ทั้งสวมหน้ากาก หมั่นล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่าง

ขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ดังนั้นขอให้ทุกคนอย่าประมาท การ์ดอย่าตก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีแนวเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรีก็เป็นจังหวัดหนึ่ง ที่มีช่องทางธรรมชาติจำนวนมาก ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเข้มข้นในการตรวจตราเฝ้าระวังการข้ามแดน เนื่องจากบุคคลต่างด้าวมองว่าประเทศไทยให้การรักษาผู้ป่วยฟรี และแพทย์ที่ทำการรักษาเก่ง จึงพยายามที่จะหนีตายจากประเทศของเขาเพื่อเข้ามาพึ่งแผ่นดินไทย ซึ่งทัศนคติเช่นนี้จะทำให้ประชาชนชาวไทยเดือดร้อน ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งในการทำหน้าที่ของทุกฝ่าย

ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ที่พบมีแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมาตามช่องทางธรรมชาติ จึงทำให้เกิดความไม่แน่ใจและวิตกกังวล ดังนั้นเมื่อทราบข่าวจาก รพ.สต.บ้านกุยแหย่ ว่าพบผู้ป่วยเข้าข่ายเฝ้าระวัง จึงทำให้ตัดสินใจสั่งปิดเรียนทันที พร้อมประกาศผ่านทางเฟสบุ๊ก เพื่อแจ้งให้นักเรียนและผู้ปกครองทราบ แต่ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้เกิดความตื่นตระหนก เพราะตนก็ต้องทำหน้าที่ปกป้องนักเรียนซึ่งเปรียบเสมือนลูกๆ ของตน ที่มีกว่า 800 คน เพื่อให้ทุกคนปลอดภัย” นายนิล กล่าว

นอกจากนี้ นายสยาม สามงามอินทร์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ และทีมงาน ยังได้เข้าไปทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อภายในชุมชนบริเวณบ้านพุล่อ โดยเฉพาะบ้านพักของผู้ป่วย และเพื่อนบ้านใกล้เคียง กว่า 15 หลังคาเรือ พร้อมทั้งทำการตรวจวัดไข้ทุกคนที่อยู่ในชุมชน จำนวนกว่า 70 คน พร้อมให้ข้อแนะนำในการกักตัวให้อยู่แต่ในบ้าน ไม่ให้ออกไปไหน เพื่อเป็นการควบคุมโรค โดยให้กักตัวจนครบ 14 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

พร้อมเปิดเผยว่า เนื่องจากขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านของเรามีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอก 2 ดังนั้นจึงอยากฝากประชาชนที่พบเห็นบุคคลต่างด้าว ช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องภายในหมู่บ้านว่า มีบุคคลแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่หรือไม่ โดยเฉพาะที่เดินทางมาจากประเทศเพื่อนบ้านในช่วงนี้ หรือมีญาติที่เดินทางมาจากประเทศเมียนมา ขอให้แจ้งผู้นำชุมชน และท้องถิ่นทราบ จากนั้นทางผู้นำชุมชนก็จะได้ประสานมาทางสถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อลงพื้นที่ไปควบคุมหรือค้นหา พร้อมทั้งกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ตามมาตรการป้องกัน-ควบคุมโรคโควิด-19

สำหรับกรณีที่พบผู้ป่วยเฝ้าระวังในพื้นที่นั้น ขอชี้แจงว่า ผู้ป่วยดังกล่าวมีไข้สูง ซึ่งมีประวัติเดินทางมาจากประเทศเมียนมา และเป็นบุคคลที่หลบหนีเข้าเมืองมาโดยผิดกฎหมาย แต่หากเป็นบุคคลที่เดินทางเข้าประเทศไทยมาถูกกฎหมาย จะได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จากทางโรงพยาบาลในพื้นที่อยู่แล้ว และเนื่องจากเป็นมาตรการในการป้องกันเบื้องต้น จึงต้องส่งผู้ป่วยไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาล เพื่อยืนยันผลว่าผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือไม่ ซึ่งการดำเนินการต่างๆ เป็นการป้องกันไว้เพื่อมิให้เกิดการระบาดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งจะต้องรอผลยืนยันการตรวจหาเชื้อจากโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี ซึ่งจะรู้ผลในวันพรุ่งนี้ (2 ก.ย.63)

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและมีความอ่อนไหว ดังนั้นขอฝากประชาชนหากจะสื่อสาร เสพข่าว หรือแชร์ข่าว ซึ่งบางครั้งแหล่งข่าวก็อาจคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง ก็ขอให้โทรศัพท์สอบถามทางหน่วยบริการสาธารณสุขหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงจะดีกว่า เพื่อความถูกต้องของข้อมูล และเพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก

 

 

 



 


 

 






Recommend News






MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.