วันที่ 24 ก.ย. 2563, 00:00 ISSN - 2586-9051 โอเอ็นบีนิวส์ ONB news



พ่อแม่ "น้องแน็ต" กะลาสีเรือเฟอร์รี่ หัวใจแทบสลาย 14 วัน ยังไม่พบร่างลูกชาย


14 ส.ค. 2563, 18:33



พ่อแม่ "น้องแน็ต" กะลาสีเรือเฟอร์รี่ หัวใจแทบสลาย 14 วัน ยังไม่พบร่างลูกชาย




พ่อและเเม่ของ นายทิวากรณ์ วัชฤทธิ์ หรือน้องเเน็ต อายุ 18 ปี เพิ่งทำงานในตำแหน่งกาละสีเรือราชาเฟอร์รี่เป็นวันแรก และเที่ยวแรกในวันทำงานกับบริษัทราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) พ่อกับแม่เฝ้าติดตามข่าวลูกชายคนเดียวของครอบครัว มา 14 วันแล้ว 2 อาทิตย์ พอดี หลังเกิดเหตุเรือเฟอร์รี่ ราชา 4 ล่ม ทำให้มีผู้รอดชีวิต 11 คน เสียชีวิต 3 คน หายสาบสูญยังไม่พบร่างอีก 2 ราย รวมทั้งน้องแน็ต พ่อกับแม่ยังเชื่อว่ายังมีปาฎิหาริย์ ตราบใดยังไม่พบร่างลูกชาย

 

 



เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าว ONB news รายงานว่า นายบัญญัติ วัชฤทธิ์ อายุ 47 ปี และนางยุวดี วัชฤทธิ์ อายุ 44 ปี ภูมิลำเนา ตำบลทำนบ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา พร้อมด้วยญาติๆ ที่ได้เดินทางมาจากจังหวัดสงขลา เพื่อติดตามเฝ้ารอการค้นหา ร่างของนายทิวากรณ์ วัชฤทธิ์ หรือน้องเเน็ต อายุ 18 ปี ลูกชาย ที่มาทำงานเป็นกะลาสีเรือของบริษัทราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) โดยเพิ่งได้ทำงานเป็นวันแรก กับเรือราชา 4 ที่เป็นเรือเที่ยวเหมาพิเศษ ที่มีรถบรรทุกพ่วงขนขยะจำนวน 3 คัน มีก้อนขยะจำนวน 90 ตัน รถยนต์กระบะ 4 ประตู 1 คัน ขณะเรือออกจากท่า ราชาเฟอร์รี่ ฝั่งอำเภอเกาะสมุย ไปได้ 5 ไมล์ทะเล เกิดอุติเหตุคลื่นซัดจนเรือจม บริเวณ เกาะสี่ เกาะห้า ฝั่งอำเภอเกาะสมุย ทำให้ลูกเรือจำนวน 12 คน และคนขับรถบรรทุกขยะ 3 คน และคนขับรถกระบะ 4 ประตู 1 คน รวม 16 คน 

ภายหลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือ ผู้รอดชีวิตได้จำนวน 11 คน เสียชีวิต 3 คน สูญหาย 2 คน คือ นายทิวากรณ์ วัชฤทธิ์ หรือน้องเเน็ต ตำแหน่งกะลาสีเรือ และนายไชยชาญ เหล่าทรัพย์ (คนขับรถพ่วง 18 ล้อ) ที่ยังหายสาบสูญยังไม่พบร่าง

ทั้งนี้ นายบัญญัติ ผู้เป็นพ่อของ นายทิวากรณ์ หรือน้องเเน็ต เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนมีลูกเพียง 2 คน คนโตเป็นหญิง ส่วนนายทิวากรณ์ เป็นคนสุดท้อง ทั้งครอบครัวมีลูกชายเพียงคนเดียว โดยนายทิวากรณ์ ได้เดินทางมาทำงานกับบริษัทราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) เริ่มทำงานในวันแรกคือวันที่ 1 สิงหาคม 2563 ตำแหน่งลูกเรือ หรือกะลาสีเรือ และทำงานลงเรือเป็นเที่ยวแรก คืนเกิดเหตุ นายทิวากรณ์ สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีน้ำตาล ซึ่งเป็นเสื้อยูนิฟอร์ม ของบริษัท หลังเกิดเหตุ ลูกสาวโทรไปแจ้งว่า นายทิวากรณ์ ประสบอุบัติเหตุเรือเฟอร์รี่ล่ม ยังไม่ทราบชะตากรรม เช้าวันที่ 2 สิงหาคม ตนได้ขับรถยนต์ พร้อมภรรยา และญาติๆ เดินทางมาจากจังหวัดสงขลา มายังเกาะสมุยทันที เเละติดตามข่าวของลูกชาย แต่ข่าวที่ได้รับการเปิดเผยจากทางบริษัทน้อยมาก และวันนี้เป็นที่ 14 แล้ว ครบ 2 อาทิตย์แล้ว ที่ยังไม่ทราบข่าวคราวของลูกชาย

ก่อนเกิดเหตุ 2 วัน แม่ได้พาน้องเเน็ต มาจากจังหวัดสงขลา เพื่อมาส่งลูกชายมารายงานตัวกับบริษัท เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 หลังส่งลูชายเสร็จ แม่ก็กลับบ้าน ที่จังหวัดสงขลา และมารู้ข่าวอีกที คืนวันที่ 1 สิงหาคม ว่าลูกชายเรือเฟอร์รี่ล่มสูญหาย จนถึงตอนนี้ ตนยังทำใจไม่ได้ แต่ยังภาวนา ขอให้พบน้อง จะเจอในสภาพไหนก็ขอให้เจอ แต่ยังมีความหวังว่าจะเจอน้อง ถึงแม้นว่ามันจะเลือนลาง และขณะเดียวกันลูกชายยังไม่มีประสบการณ์ ในการทำงานทางทะเลด้วย ซึ่งทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุก็ไม่ได้ฝันอะไรเลย ส่วนตัวของตนคิดว่าลูกชายน่าจะติดอยู่ในตัวเรือ เพราะหากลอยไปตามเกาะเเก่งต่างๆ ป่านนี่เจอแล้ว 

พ่อของ นายทิวากรณ์ ยังเปิดเผยอีกว่า ในการทำงานค้นหาของเจ้าหน้าที่ ตนก็เข้าใจเพราะค่อนข้างที่มีอุปสรรค ทั้งคลื่นและลม แต่อยากได้ยินกับทางบริษัทต้นสังของของลูกชาย ว่าเมื่อไหร่จะกู้เรือ และตนก็จะรอจนกว่าทางบริษัทเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) จะกู้เรือนานแค่ไหนตนก็จะรอ นายบัญญัติ พ่อของ นายทิวากรณ์ หรือ น้องแน็ต กล่าว

ขณะที่ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) ได้ว่าจ้าง บริษท เอ็ม.เอส.เซอร์วิส จำกัด เป็นผู้รับเหมาในการกู้เรือราชา 4 แล้ว โดยทางบริษัทเอ็ม.เอส.จะส่งทีมประดาน้ำมืออาชีพลงไปสำรวจใต้น้ำ ทั้งบนเรือและรัศมีรอบตัวเรือ 50 เมตร เพื่อทำถ่ายภาพและทำแผนที่ และจะทำแผนกู้เรือส่งให้กับบริษัทฯ ต่อไป โดยจะเริ่มประดาน้ำสำรวจแผนที่ใต้น้ำ 15 สิงหาคมนี้ คาดเริ่มปฏิบัติการได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม

 

 

 


 


คำที่เกี่ยวข้อง : #จังหวัดสุราษฎร์ธานี  









©2018 ONBNEWS. All rights reserved.