เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



 เป็นไปได้สูง! จ่อใช้กำไลอีเอ็ม กับนักโทษชั้นดี เพื่อให้ออกไป ประกอบอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว


18 ก.ค. 2563, 16:17



 เป็นไปได้สูง! จ่อใช้กำไลอีเอ็ม กับนักโทษชั้นดี เพื่อให้ออกไป ประกอบอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว




 

นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวถึงความคืบหน้าการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว ( Electronic Monitoring) หรือ กำไลอีเอ็ม มาใช้กับผู้ถูกคุมประพฤติ ที่ได้รับการพักโทษตามเงื่อนไขของกรมราชทัณฑ์

นายวิตถวัลย์ กล่าวว่า จากการประเมินเบื้องต้น จะมีผู้ที่เข้าข่ายได้การพักโทษกว่า 1 แสนคน แต่จะเป็นการทยอยปล่อยตัวเพื่อลดปัญหาความแออัดในเรือนจำ โดยกรมราชทัณฑ์จะเป็นผู้กลั่นกรองทั้งหมด มีทั้งนักโทษชั้นเยี่ยม ชั้นดี ผู้ต้องขังคดีลหุโทษ ซึ่งจะต้องผ่านการจำคุกมาแล้ว 1 ใน 3 และตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

ซึ่งขณะนี้ทางกรมคุมประพฤติได้มีการจัดซื้อจัดจ้าง และเซ็นสัญญาการเช่าใช้กำไลอีเอ็มแล้วจำนวน 30,000 เครื่อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการผลิตและทดลองระบบ คาดว่าจะนำมาใช้กับผู้ถูกคุมประพฤติล็อตแรกจำนวน 2,000-3,000 ราย โดยจะเริ่มใช้ได้ในเดือนกันยายนนี้ และจะเปิดใช้เต็มระบบในเดือนพฤศจิกายน

 



นายวิตถวัลย์ กล่าวอีกว่า นโยบายการให้ผู้ถูกคุมประพฤติเช่าใช้กำไลอีเอ็มนั้น มีความเป็นไปได้สูงโดยกำหนดเกณฑ์ให้ใช้กับผู้ที่ได้รับการพักโทษใช้ครึ่งหนึ่งของโทษที่เหลืออยู่ เช่นกรณีผู้ที่เหลือโทษจำคุกอีก 1 ปี ให้ติดกำไลอีเอ็ม 6 เดือน เหลือโทษจำคุก 5 ปีให้ติดกำไลอีเอ็ม 2 ปี ซึ่งให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมคุมประพฤติ และต้องเข้ารายงานตัวตามกำหนดนัด ถือเป็นการเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้กลับไปประกอบอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว สำหรับผู้ถูกคุมประพฤติที่มีฐานะจะใช้วิธีให้เช่าอุปกรณ์อิเลคทอนิกส์ ส่วนผู้ที่มีฐานะยากจนก็จะให้ใช้กำไลอีเอ็มในรูปแบบสงเคราะห์บริการของรัฐฟรีจนกว่าจะพ้นจากการถูกคุมประพฤติ

ทั้ง 2 กรณีก่อนที่จะมีการอนุมัติให้ใช้กำไลอีเอ็ม กรมคุมประพฤติจะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสืบเสาะว่ามีผู้อุปการะหรือไม่ มีอาชีพรองรับหรือไม่ และมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ หลังจากผ่านการพิจารณาแล้วจึงจะอนุมัติให้ใช้อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ติดตามตัว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมคุมประพฤติและกรมราชทัณฑ์อยู่ระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์ ข้อกำหนด ร่วมกัน







Recommend News





MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.