เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



มท.1 ย้ำชัดงบฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ต้องโปร่งใส-ตรวจสอบได้ สนองความต้องการปชช.


31 พ.ค. 2563, 15:45



มท.1 ย้ำชัดงบฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ต้องโปร่งใส-ตรวจสอบได้ สนองความต้องการปชช.




วันนี้ ( 31 พ.ค.63 ) วันนี้ (31 พ.ค.63) เวลา 12:10 น. พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมแนวทางการเสนอโครงการภายใต้กรอบนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยมี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุม และเป็นการประชุมผ่านระบบ Video Conference ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และนายอำเภอ ร่วมประชุม



พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบแนวทางการจัดทำโครงการภายใต้กรอบนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) วงเงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 โดยเน้นย้ำว่าต้องมีกระบวนการทำงานที่โปร่งใส ตั้งแต่ขั้นตอนการเสนอโครงการ ผู้รับผิดชอบโครงการ และหน่วยงานกำกับ ไม่ให้เกิดการทุจริตทุกรูปแบบ และประการสำคัญต้องเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์กับประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูให้เศรษฐกิจกลับไปเดินได้ ซึ่งทุกหน่วยงานในพื้นที่ที่มีแผนงานโครงการสร้างผลิตภาพ (Productivities) ต้องเสนอโครงการผ่านกลไกคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) เพื่อไม่ให้เกิดการหาประโยชน์ และมีขั้นตอนที่โปร่งใส เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สามารถตรวจสอบได้ง่าย ก่อนเสนอเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองเพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี


นายฉัตรชัย พรหมเลิศ กล่าวว่า ในการขับเคลื่อนการปฏิบัติตามแนวทางการจัดทำโครงการภายใต้กรอบนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ขณะนี้กระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดขั้นตอนการทำงานซึ่งได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการกลั่นกรองของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและสำนักงบประมาณ เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2563 ที่ผ่านมา ซึ่งทุกโครงการที่เสนอขอรับงบประมาณต้องเป็นโครงการที่เป็นความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยต้องจัดทำเป็นสรุปโครงการ (Project brief) ผ่านที่ประชุม ก.บ.จ. และเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองตามขั้นตอน ทั้งนี้ ต้องเป็นโครงการที่มีความพร้อม สามารถดำเนินการได้ทันที และเป็นไปตามระเบียบกฎหมายของทางราชการ และหากพบเจ้าหน้าที่หรือบุคคลแอบอ้างการช่วยเหลือของบประมาณต้องดำเนินการทั้งทางปกครองและวินัยอย่างเคร่งครัด รวมทั้งขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอเร่งสร้างการรับรู้กับพี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างไร และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วน

นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงแนวทางการเสนอโครงการภายใต้กรอบนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ต้องสอดรับกับวัตถุประสงค์ของ “แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม” ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นผู้กำหนดรวม 4 แนวทาง ประกอบด้วย 1) ต้องช่วยสร้างรายได้จากภาคการผลิตและภาคบริการที่ทันสมัย จะเป็นในด้านภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม, การค้า/การลงทุน, ภาคการท่องเที่ยว ก็ได้ 2) ต้องช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ เช่น การพัฒนาและยกระดับสินค้า, สร้างตลาด เพิ่มรายได้ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน, พัฒนาฝีมือแรงงานท้องถิ่น 3) ต้องช่วยกระตุ้นการบริโภคและการใช้จ่ายภายในประเทศ และ 4) สามารถเสนอขอรับงบประมาณที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานได้ แต่จะต้องทันสมัย แก้ปัญหาได้จริง เช่น การพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ, ระบบชลประทาน, การปรับปรุงระบบโครงข่ายคมนาคม, การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก, การพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพิจารณาเสนอโครงการที่เกิดจากความต้องการของประชาชนในเรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจฯ ให้เป็นไปตามแนวทางฯ ทั้งนี้ สำหรับกระบวนงานในการเสนอโครงการขอให้นำเสนอตามลำดับความจำเป็น และทำตามกรอบแนวทางและห้วงเวลาที่กำหนด และทุกขั้นตอนต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน






Recommend News





MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.