เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



เศร้า!! "หนุ่มกู้ภัยเมืองคอน" ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว ตามหาแม่บังเกิดเกล้า เพื่อปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ต่อชีวิต


20 พ.ค. 2563, 16:16



เศร้า!! "หนุ่มกู้ภัยเมืองคอน" ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว ตามหาแม่บังเกิดเกล้า เพื่อปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ต่อชีวิต




วันที่ 20 พ.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลเฟสบุ๊ก "จรรยา แซ่ติ้ง" มีการโพสต์ระบุข้อความ “#ช่วยแชร์หน่อยนะคับ# ผมนายจรรยา แซ่ติ้ง อายุ 42 ปี กรุ๊ปเลือด B ต้องการตามหาแม่ด่วน.. เนื่องด้วย ผมมีโรคประจำตัว คือโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และตอนนี้หมอบอกว่าต้องปลูกถ่ายไขกระดูกจากพี่น้อง พ่อแม่เดียวกัน แต่เนื่องด้วยผมเป็นลูกยก จึงต้องตามหาพ่อแม่ที่แท้จริง แต่ที่ทราบมาว่าสมัยก่อนตอนท้องแม่เคยทำงานอยู่จันดี แล้วไปคลอดที่คลีนิกหมอสมพร จันดี แล้วทิ้งลูกไป อยากเจอแม่ด่วน ถ้าแม่อ่านเจอโพสต์นี้ หรือใครรู้จักแม่ช่วยติดต่อมาด่วน อยากเจอแม่มากๆ ครับ ขอบคุณครับ เบอร์ติดต่อผม 098 – 0310014 “ หลังโพสต์ถูกเผยแพร่ชาวเน็ต มีการแชร์และแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ ให้กำลังใจ และอวยพรให้พบแม่บังเกิดเกล้าเร็วๆ



 

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่หน่วยกู้ภัยใต้เต๊กตึ๊งทุ่งสง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังบริษัทจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สาขา ทุ่งสง พบนายจรรยา แซ่ติ้ง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 201 หมู่ 5 ต.ชะมาย อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ตนเป็นพนักงานบริษัทจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สาขาทุ่งสง และเป็นอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยใต้เต๊กตึ๊ง ช่วยเหลือสังคมมานานกว่า 20 ปี เรื่องราวที่ตนโพสต์ เกิดขึ้นเมื่อ 42 ปี ที่ผ่านมา มีแม่บุญธรรมรับอุปการะตนมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม เนื่องจากต้องการลูกผู้ชาย และที่ผ่านมาได้รับความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่บุญธรรม และพี่ๆ น้องๆ เป็นอย่างดี กระทั้งเมื่อปีที่ผ่านมาตนมีอาการปวดแสบปวดร้อนและแน่นบริเวณหน้าอก จึงไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และพบว่าตนป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว แพทย์ที่โรงพยาบาล อ.ทุ่งสง จึงส่งตัวรักษากับแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งทางแพทย์ทำการรักษาตามอาการ พร้อมจ่ายยารักษาแต่ละครั้ง ซึ่งการรักษาต้องใช้ระยะเวลานานและใช้เงินเป็นจำนวนมาก

นายจรรยา เปิดเผยอีกว่า อย่างไรก็ตามแพทย์วินิจฉัยการรักษาระบุว่า การรักษาอีกทางหนึ่งต้องมีการปลูกถ่ายไขกระดูกจากพ่อแม่หรือญาติพี่น้อง แต่ตนเป็นลูกบุญธรรม ไม่รู้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงเป็นใคร รู้เพียงว่าแม่ของตนเคยทำงานแม่บ้านที่ร้านค้าแห่งหนึ่งใน ต.จันดี และคลอดตนที่โรงพยาบาลจันดี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนในสมัยนั้น แต่ปัจจุบันเลิกกิจการแล้ว จึงไม่รู้ว่าจะไปหาข้อมูลแม่บังเกิดเกล้าที่ไหน จึงตัดสินใจโพสต์ตามหาแม่ เพื่อเป็นช่องทางหนึ่ง และมีความหวังว่าจะพบแม่หรือญาติ เพื่อขอความช่วยเหลือปลูกถ่ายไขกระดูกเพื่อต่อชีวิตให้ตน อย่างไรก็ตามแพทย์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มีทางออกการรักษาอีกทางหนึ่งคือขอความช่วยเหลือจากสภากาชาดไทย เพื่อขอรับบริจาคไขกระดูกที่สามารถใช้รักษาปลูกถ่ายกับตนได้ แต่ต้องใช้เวลานานในการตรวจไขกระดูกที่สภากาชาดมีอยู่ว่าตรงกับไขกระดูกของตนหรือไม่ ที่สำคัญค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทราบว่าหลักแสนบาท ซึ่งตนไม่มีเงิน นอกจากนี้ตนทราบว่าหมอตำแย ที่ทำคลอดตน และหมอตำแยยังมีชีวิต ซึ่งบวชเป็นแม่ชีที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.เมืองนครศรีธรรมราช คาดว่าน่าจะมีข้อมูลการเกิดหรือข้อมูลแม่บังเกิดเกล้าของตน ทำให้ตนมีความหวังว่าจะพบแม่บังเกิดเกล้า เพื่อขอความช่วยเหลือต่อชีวิตให้กับตน

ขณะที่ นายศิราวิทย์ เกศรินทร์ อายุ 37 ปี เพื่อนสนิท กล่าวว่า สงสารเพื่อนที่ต้องพบเหตุการณ์แบบนี้ แต่ตนไม่รู้จะช่วยเหลือยังไง ทำได้เพียงให้กำลังใจ และแชร์ข้อมูลของเพื่อนต่อในเฟซบุ๊ก เพื่อให้พบแม่บังเกิดเกล้าของเพื่อนเร็วๆ  

 


 






Recommend News





MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.