เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



ศบค.ปัดข่าวลือปลดล็อคพื้นที่ 32 จังหวัด 1 พ.ค. ย้ำต้องรอครม.อนุมัติเท่านั้น


23 เม.ย. 2563, 16:46



ศบค.ปัดข่าวลือปลดล็อคพื้นที่ 32 จังหวัด 1 พ.ค. ย้ำต้องรอครม.อนุมัติเท่านั้น




วันนี้ ( 23 เม.ย.63 ) เวลา 11.30 น. ณ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ตอบคำถามสื่อมวลชนผ่านโซเซียลมีเดียช่วงการแถลงข่าวของศูนย์ข่าวโควิด-19 และสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

โฆษก ศบค. ชี้แจงกรณีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ ด่านสะเดา จ.สงขลา ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่ง ขณะที่กลับไปเยี่ยมญาติ รวมถึงต้องมีการกักตัวเจ้าหน้าที่ประจำด่านอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ ด่านสะเดาเป็นด่านข้ามพรมแดนที่มีขนาดใหญ่และมีประชาชนเดินทางสัญจรจำนวนมาก ขณะนี้ได้มีการกักตัวผู้ที่เข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระดับความเสี่ยงสูง 49 คน และกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระดับต่ำอีก 93 คน รวมเป็น 142 คน โดยส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิดกับผู้ป่วยติดเชื้อ จะมีแนวทางป้องกันไม่ให้มีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส-19 โดยโฆษก ศบค. เน้นย้ำไทยและมาเลเซียมีความร่วมมือเพื่อลดจำนวนผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด เนื่องจากหากระบบคัดกรองโรคไม่รัดกุม จะทำให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านข้ามพรมแดนก็จะติดเชื้อไวรัสเป็นจำนวนมาก ขณะนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดจึงมีความเห็นให้ทำการปิดด่านสะเดาเป็นเวลา 7 วัน โดยให้เข้า-ออกโดยใช้ด่านปาดังเบซาร์แทน เพื่อที่จะทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดทำการใหม่ สร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนที่เดินทางสัญจรไปมา



ในขณะนี้ ไทยและมาเลเซียทำงานร่วมกันเพื่อส่งผู้เดินทางจากมาเลเซียกลับเข้าประเทศไทยโดยเข้าสู่กระบวนการ State Quarantine ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวนประมาณ 1,600 กว่าคน นั้น ซึ่งภาครัฐก็ให้การดูแลเป็นอย่างดีและยังไม่พบผู้ป่วย ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการเดินทางกลับประเทศจำเป็นต้องมีใบรับรองแพทย์และลงทะเบียนกับทางกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อที่จะได้เตรียมพื้นที่สำหรับการทำ State Quarantine ให้เพียงพอแก่ทุกคน

โฆษก ศบค. ชี้แจงเพิ่มเติมจากข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศพบยังมีคนไทยอีกหลายคนที่อยู่ในประเทศมาเลเซีย กระจายอยู่ในหลาย ๆ รัฐ สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลโดยตรง ซึ่งจะส่งสิ่งของจำเป็น หรือถุงยังชีพไปให้ รวมทั้งยังมีอาสาสมัครที่พร้อมให้การช่วยเหลือ สำหรับผู้อาศัยอยู่แบบผิดกฎหมายนั้น อยู่ระหว่างเจรจากับมาเลเซียเพื่อที่จะช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาต่อไป

โฆษก ศบค. ยังตอบคำถามสื่อมวลชนเรื่องการปรับ – ลด ด่านตรวจในช่วงเวลาเคอร์ฟิว และจำนวนผู้กระทำผิดกรณีฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ เช่น ออกนอกเคหสถาน มั่วสุม ยังมีจำนวนมากอยู่ โดยชี้แจงว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้ปรับเปลี่ยนการทำงานมาเป็นเชิงรุก โดยจัดตำรวจสายตรวจ ตระเวนตรวจตามพื้นที่ในชุมชน รวมถึงรับเบาะแสร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่แจ้งเข้ามา หากคนในชุมชนร่วมมือแจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ถือเป็นการช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานด้วย เบื้องต้นอาจเป็นการตักเตือน หากพบมั่วสุม เล่นการพนัน ก็จำเป็นต้องนำตัวไปดำเนินคดี


โฆษก ศบค. กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันพบว่ามีประชาชนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะที่อาจจะไม่ได้มีการเว้นระยะห่าง อาจจะทำให้โรคโควิด-19 แพร่กระจายได้ว่า สำหรับบุคคลที่มีความจำเป็นจะต้องออกจากบ้าน ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือหลังจากสัมผัสสิ่งของ กินร้อน ใช้ช้อนกลาง ซึ่งช่วยป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ได้อีกด้วย ซึ่งในช่วงแรกของการประกาศ พรก. ฉุกเฉิน พบว่ามีการให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างมาก แต่ อาจจะมีการผ่อนลงไปบ้างในช่วงหลัง ๆ ซึ่งก็อาจจะทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น   อย่างไรก็ตามต้องขอความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการฯ ดังกล่าว โดยเริ่มจากตนเองรวมถึงคนในครอบครัว สำหรับผู้ประกอบการต้อยึดหลักการให้มั่น จัดสถานที่ไม่ให้เกิดความแออัด ปฏิบัติตนอย่างระมัดระวังเมื่อต้องอยู่กับคนจำนวนมาก เพื่อดูแลซึ่งกันและกัน จะทำให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้ และยังสามารถควบคุมโรคนี้ต่อไปได้อีกด้วย

กรณีประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างจังหวัดนั้น จะต้องศึกษาระเบียบการปฏิบัติของแต่ละจังหวัด เนื่องจาก ศบค. ได้มอบอำนาจบางเรื่องให้แก่จังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น ผอ. ศบค. ประจำจังหวัด และสาธารณสุขจังหวัดเป็นเลขาฯ ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่จังหวัดนั้นได้กำหนดขึ้นมา อย่างไรก็ตาม มาตรการห้ามเดินทางในช่วงเวลาเคอร์ฟิวยังคงเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ ขณะเดียวกันยังเปิดให้สามารถขนส่งทางอากาศได้ แต่ต้องมีการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดด้วย

โอกาสนี้  โฆษก ศบค. ยังได้กล่าวปฏิเสธกรณีข่าวปลดล็อคในพื้นที่ 32 จังหวัด ในวันที่ 1 พ.ค. นี้ว่า ขณะนี้ ศบค. ยังไม่มีการประกาศใดๆ ศบค. จะต้องมีการประชุม ศึกษาให้ชัดเจนก่อนกำหนดมาตรการต่างๆ และให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ  สำหรับแนวโน้มขณะนี้คือการยืดระยะเวลาของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินออกไปอย่างแน่นอน แต่อาจผ่อนปรนบางกรณี ซึ่งต้องรอมติคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง

ในตอนท้าย โฆษก ศบค. กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ไม่ใช่เพียงแค่ร่างกายที่เราต้องระมัดระวัง แต่รวมถึงจิตใจที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คำสอนของศาสนาต่าง ๆ นั้นมีความสำคัญ สามารถนำเอาคำสอนของศาสนามาใช้ในภาวะวิกฤตนี้ได้อย่างดี เพราะหากใจดี กายก็จะดีด้วย






Recommend News





MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.