เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



แจกถุงยังชีพช่วงโควิด 19 พบผู้สูงอายุ ป่วยติดเตียง-เด็กถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง


7 เม.ย. 2563, 10:17



แจกถุงยังชีพช่วงโควิด 19 พบผู้สูงอายุ ป่วยติดเตียง-เด็กถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง




วันนี้ (6 เมษายน 2563 ) ผู้สื่อข่าว ONB news รายงานว่า ที่ห้องประชุมแควน้อย ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี  พร้อมด้วย ร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นางรชยา ภูมิสวัสดิ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา                      หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาญจนบุรี นายจรินทร์ อิ้วสวัสดิ์ ท้องถิ่นจังหวัดกาญจนบุรี ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี นายอำเภอทั้ง 13 อำเภอ เข้าร่วมประชุม

 

ตามที่จังหวัดกาญจนบุรีโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับ คณะกรรมการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจังหวัดกาญจนบุรี  ได้ขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง  ในการช่วยเหลือประชาชน ด้วยการออกแจกข้าวสาร เครื่องอุปโภค-บริโภคที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนอยู่กับบ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่ว่างงานจากการปิดสถานประกอบการเพื่อยับยั้งการแพร่เชื้อ และกลุ่มผู้เสี่ยงติดเชื้อที่จะต้องกักตัว 14 วัน ตามมาตรการของสาธารณสุข ที่จะต้องอยู่ในที่พัก และมาตรการในการสนับสนุนให้ประชาชนอยู่กับบ้านเพื่อหยุดการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 

 

แต่เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในการดำเนินการ จังหวัดกาญจนบุรีจึงได้แจ้งแนวทางเพิ่มเติมตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่าย ช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2560 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561  ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีกลไกของศูนย์ช่วยเหลือประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่แล้ว

 

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้เน้นย้ำให้นายอำเภอ นำข้อมูลไปทำความเข้าใจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ขอให้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง เนื่องจากสิ่งของอุปโภค-บริโภคที่ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน มีความจำเป็น ต่อประชาชนซึ่งขณะนี้ที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก  

 

พร้อมทั้งได้แจ้งว่าหากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดไม่สามารถดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ เสถียรภาพทางการคลัง หรือติดขัดเรื่องข้อมูลความเดือดร้อนของประชาชน หรือเรื่องความทับซ้อนในเรื่องพื้นที่  ขอให้แจ้งประสานความช่วยเหลือไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี หรือ รายงานมาที่จังหวัดกาญจนบุรีโดยตรง ซึ่งจังหวัดอาจพิจารณาให้จ่ายเงินทดลองราชการจากเงินเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็ว โดยให้แจ้งภายในวันที่ 7 เมษายน 2563

 

และสำหรับการออกแจกถุงยังชีพครั้งนี้ในพื้นที่บริเวณหมู่ที่ 4 ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยนายสมชาย ฟักทอง หรือนายกฯเบิ้ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแก่งเสี้ยน นางสาวอำไพ ฤทธิ์คำรพ รองนายก อบต.แก่งเสี้ยน พร้อมด้วยพนักงาน เจ้าหน้าที่ อสม. ได้ร่วมกันนำถุงยังชีพ หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ ไปมอบให้กับชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบต่อสถานการณ์ไวรัส โควิด 19 ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยประชาชนทุกท้องที่

    

สำหรับถุงยังชีพที่นำไปแจกประกอบด้วย ข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่ม หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ล้างมือโดยมอบให้ครัวเรือนละ 1 ลิตร ให้กับผู้ที่ตกงาน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงที่มีอยู่จำนวนมากในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลแก่งเสี้ยน รวมถึงผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด เพื่อเป็นการเยียวยาในเบื้องต้น และจะมีการช่วยเหลือไปตลอด โดยไม่ทอดทิ้งกัน

 

และจากการเดินทางไปแจกถุงยังชีพของคณะ นายสมชาย  ฟักทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแก่งเสี้ยนในครั้งนี้ ได้พบกับคุณตา ซึ่งป่วยเป็นอัมพาต ไม่สามารถช่วยตนเองได้ ถูกปล่อยทิ้งให้อยู่ตามลำพัง โดยมีหลานสาวอายุ 14 ปี คอยช่วยเหลือ แต่ต้องอนาถใจ เมื่อทราบว่าครอบครัวของคุณตาครอบครัวนี้ ยังมีหลานอีกจำนวน 6 คน คนเล็กอายุประมาณ 1 ขวบเศษ โดยมีพี่สาวอายุ 14 ปี ที่ต้องรับภาระดูแลทั้งหมด ชาวบ้านใกล้เคียงแจ้งว่าหลานสาวของคุณตาอายุขวบเศษ เมื่อเวลาหิวได้เดินไปตามบ้านใกล้เคียงเพื่อขออาหารกิน เนื่องจากพี่สาวที่เป็นผู้รับผิดชอบดูแลต้องออกไปขายพวงมาลัยนำเงินมาเลี้ยงชีพ ช่วงนั้นน้องๆ ทั้งหมด 5 คน ต้องอยู่ตามลำพังกับตาที่ป่วยด้วยอัมพาต  แต่ชาวบ้านในละแวกนั้นส่วนใหญ่ก็หาเช้ากินค่ำ เมื่อมีก็แบ่งให้ตามอัตภาพ หากไม่มีก็ต้องอด  ทำให้การเดินทางไปแจกถุงยังชีพในครั้งนี้ทุกคนที่เห็นภาพเช่นนี้ต้องสุดอนาถใจ และต่างก็น่าเวทนาเป็นอย่างมากพร้อมต้องพูดว่ายังมีปัญหานี้เกิดขึ้นอีกเพราะกำลังพัฒนาไปสู่ในยุค 4.0 และทราบว่าผู้นำท้องถิ่นได้แจ้งไปยังหน่วยงานพัฒนาสังคมนานแล้ว แต่ยังไม่มีการเข้าไปดูแลกับครอบครัวนี้แต่ประการใด

 

 



 


 






Recommend News






MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.