เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



กาญจนบุรี เอาจริง!! ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้เผาป่า และลักลอบล่าสัตว์ป่า


6 เม.ย. 2563, 17:17



กาญจนบุรี เอาจริง!! ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้เผาป่า และลักลอบล่าสัตว์ป่า




วันนี้ ( 6 เมษายน 2563 ) ผู้สื่อข่าว ONB news รายงานว่า นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3(บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า จากนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยกรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์  ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้เผาป่า ให้ถึงที่สุด และให้ลดจุด Hotspot ในจังหวัดกาญจนบุรีให้เป็นศูนย์                                

ที่ผ่านมาทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้ประชาสัมพันธ์ให้กับราษฎรที่อาศัยในเขตป่าในจังหวัดกาญจนบุรี ให้รู้ถึงพิษอันตรายหมอกควันไฟป่าจากการเผาป่า และลาดตระเวนอย่างเข้มข้นในพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดการเผาป่า จนสามารถจับกุมคดีเผาป่าได้ 2 คดี ผู้ต้องหา 3 คน คดีล่าสัตว์ป่า ต้นเหตุแห่งการเผาป่า ได้ 5 คดี ผู้ต้องหา 6 คน

คดีเผาป่าคดีแรกในวันที่ 2 มีนาคม 2563 จับกุมผู้ต้องหา 2 คน นายโจ่ข่ายทุ่ง ไม่มีนามสกุล นายแช้มนิอ่อง ไม่มีนามสกุล สัญชาติพม่า บริเวณป่าบ้านตะเคียนทอง หมู่ที่ 9 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ข้อหา เผาป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต ตาม มาตรา 14 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 ระวางโทษจำคุก1ปี ถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 2 หมื่นถึง 2 แสนบาท

คดีเผาป่าคดีที่สอง เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2563  จับกุมผู้ต้องหา 1 คน ชื่อ นายสมควร อักษรศาสตร์ อายุ 64 ปี ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนรินทร์ ในข้อหา เผาป่าในเขตอุทยานแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 20 ปี ปรับตั้งแต่ 4 แสน ถึง 2 ล้าน  



คดีล่าสัตว์ป่าคดีแรก วันที่ 6 มีนาคม 2563 จับตัวผู้กระทำผิด 2 คน ชื่อ นายปัญญา เหมือนหงษ์ อายุ 64 ปี นายมงคล เหมือนหงษ์ อายุ 51 ปี ที่เกิดเหตุในเขตรักษาพันธุ์สัตวป่าสลักพระ  ของกลางมี รถจักรยานยนต์ 2 คัน อาวุธปืนลูกซองแฝดยาว 1 กระบอก ซากเย้ จำนวน 9 ซาก และอุปกรณ์อื่นๆ จำนวน 10 รายการ ดำเนินคดีในข้อหาล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนญาต ตามมาตรา 54 พ.ร.บ.สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสน     

คดีสัตว์ป่าคดีที่สอง วันที่ 6 มีนาคม 2563  จับตัวผู้กระทำผิด 2 คน  ผู้ต้องหาชื่อ  MR.U LIN(a )Chay Z (สัญชาติเมียนมา)MS.HLA HLA HLAY (สัญชาติพม่า) ที่เกิดเหตุ บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน หมู่ที่ 12 ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ของกลางมี รถยนต์ยี่ห้อ  MITSUBISHI  สีเทา หมายเลขทะเบียน บห-3245 นครปฐม จำนวน 1 คัน ซากเลียงผา ประกอบด้วย  ซากเนื้อจำนวน 2 ซาก ซากเขาจำนวน 2 ซาก ฯลฯ ดำเนินคดีในข้อหามีซากสัตว์ป่าสงวนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต ตามมาตรา 17 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท

คดีสัตว์ป่าคดีที่สาม วันที่ 9 มีนาคม 2563 ได้ตัวผู้กระทำผิด 1 คน นายมิ้ว ไม่มีนามสกุล สัญชาติพม่า เหตุเกิดที่อุทยานแห่งชาติไทยโยค ของกลางมี อาวุธปืนแก็บ 1 กระบอก ดำเนินคดีในข้อหา นำเครื่องมือล่าสัตว์ หรืออาวุธล่าสัตว์ เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต ตามมาตรา 19(7) พ.ร.บ อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ระวางโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่น และความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน 2490 มาตรา 7 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 2 พัน ถึง 2 หมื่นบาท 

คดีสัตว์ป่าคดีที่สี่เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 ไม่ได้ตัวผู้กระทำผิด  เหตุเกิดที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ตรวจยึดรถจักยานยนต์จำนวน 1 คัน  ลูกปืนจำนวน 3 นัด ด้วงดักแย้ จำนวน 2 อัน 

คดีสัตว์ป่าคดีที่ห้า เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 จับตัวผู้กระทำผิดได้ 1 คน ชื่อนายวิเชียร วงศ์สุนันทา อายุ 53 ปี เหตุเกิดที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ในข้อหามาตรา 19 ( 7) นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต ระวางโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท และความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน 2490 มาตรา 7 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 2 พัน ถึง 2 หมื่น บาท


จากการประชาสัมพันธ์และลาดตระเวนจับกุมอย่างเข้มข้นทำให้จุด Hotspot  จากดาวเทียม Suomi Npp ลดลงอย่างต่อเนื่องในวันที่ 4 เมษายน 2563  มีจุด Hotspot เขตป่าอนุรักษ์ในจังหวัดกาญจนบุรี มี 149 จุด  ในวันที่ 5 เมษายน 2563 จุด Hotspot ลดลงเหลือ 78 จุด และในวันนี้ 6 เมษายน 2563 ในวันนี้ จุด Hotspot ลดลงเหลือ 25 จุด ช่วงนี้จุด Hotspot ส่วนใหญ่จะเกิดระหว่างชายแดนไทย-พม่า ในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ ภูเขาที่สูงชัน การดับไฟป่าเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า  ก็จะเข้าไปทำการดับไฟป่า เพื่อรักษาสภาพแวดล้อม และทรัพยากรป่าไม้ ของจังหวัดกาญจนบุรี ให้คงเหลือไว้ให้มากที่สุดเพื่อลูกหลานเหลนในอนาคตต่อไป

สำหรับในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี ฝุ่นละอองและควันไฟ ที่เกิดจากไฟป่าในพื้นที่ป่า ยังส่งผลกระทบให้อำเภอสังขละบุรี ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควัน มานานกว่า10 วันแล้ว ไฟป่าที่เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อป่าสงวนแห่งชาติเขาช้างเผือกและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ใกล้หน่วยพิทักษ์ป่าตะเคียนทอง หมู่ที่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นสวนยางพารา ที่ถูกยึดและดำเนินคดี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 บริเวณ 2 ข้างทางก่อนถึงน้ำตกตะเคียนทอง ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันปกคลุมไปทั่วบริเวณ ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถใช้ถนนที่ต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ไฟป่าได้ลุกไหม้เป็นพื้นที่กว้าง โดยสาเหตุน่าจะเกิดจากพรานป่าที่เดินทางเข้ามาล่าสัตว์ในบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา เนื่องด้านทิศตะวันตกที่เป็นทิศทางที่มาของไฟป่าครั้งนี้ ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ไฟกำลังลุกไหม้อยู่ ไม่พบหน่วยงานใดเข้ามาดับไฟบริเวณดังกล่าว

ขณะที่หมอกควันจากไฟป่า ที่ปกคลุมพื้นที่ อ.สังขละบุรี ในช่วงนี้ ส่งผลให้ ในช่วงเช้าซึ่งเป็นช่วงที่มีอากาศเย็น ทำกลุ่มควันและละออง ขนาดเล็กไม่สามารลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้ ส่งผลให้ทัศนะวิสัยในการมองไม่ดี โดยเส้นทางที่เป็นเขาสูงระยะมองเห็นไม่เกิน 10 เมตร ส่งผลให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องใช้ความระมัดระวัง ในการขับขี่ ยานพาหนะ นอกจากนั้นฝุ่นละอองยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุรวมทั้งผู้ป่วยเรื้อรัง ทำให้เกิดอาการแสบตาและจมูก ส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ

ด้านเจ้าหน้าที่สาธารณะสุข แนะนำให้งดทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านให้สวมใส่หน้ากากอนามัย ขณะที่เริ่มมีผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ และหวัดในช่วงนี้

ด้าน นายปกรณ์  กรรณวัลลี นอภ.สังขละบุรี เปิดว่า สถานการณ์หมอกควัน และฝุ่นละออกขนาดเล็ก ที่เกิดจากไฟป่าในช่วงนี้ เริ่มมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกวัน ปัญหาที่สำคัญคือในพื้นที่เกิดภาวะทิ้งช่วง ทำให้ปัญหาฝุ่นควัน ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน จึงได้ประสานกรมฝนหลวง ให้ช่วยปฏิบัติการทำฝนหลวง ในพื้นที่ อ.สังขละบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อลดปัญหาหมอกควัน ที่เกิดขึ้นในขณะนี้

ทั้งนี้ปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากไฟป่าที่เกิดจากการเผาพื้นที่ทางการเกษตร เพื่อเตรียมพื้นที่ในฤดูการเพาะปลูกของเกษตรกร ในพื้นที่ อ.สังขละบุรี และในพื้นที่ประเทศเมียนมา ที่มีชายแดนติดกัน จึงส่งผลให้ปีนี้ปัญหาฝุ่นควันในพื้นที่ อ.สังขละบุรี มีสภาพที่รุนแรงกว่าหลายปีที่ที่ผ่านมา






Recommend News





MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.