เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



"นายกฯ" ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานในไร่อ้อยและลดปัญหาค่าฝุ่น PM 2.5


25 ธ.ค. 2562, 14:35



"นายกฯ" ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานในไร่อ้อยและลดปัญหาค่าฝุ่น PM 2.5




วันนี้ (25 ธ.ค. 62) เวลา 13.50 น. ณ ไร่กุดจอก (ไร่อ้อย) อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่พบปะประชาชนและตรวจเยี่ยมการดำเนินงานในไร่อ้อยเพื่อลดการเผาอ้อยและลดค่า PM 2.5 พร้อมด้วย คณะรัฐมนตรี อาทิ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการกลุ่มมิตรผล ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และประชาชน ประมาณ 5,000 คน ร่วมให้การต้อนรับ
 
ประธานกรรมการกลุ่มมิตรผล กล่าวรายงานว่า กลุ่มมิตรผลได้ดำเนินการธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ในรูปแบบการจัดการเกษตรสมัยใหม่ Modern Farm ได้ครอบคลุมทั้งกระบวนการผลิตน้ำตาลไฟฟ้าชีวมวลและเอทานอล รวมถึงรูปแบบการบริหารตามโครงการ ตามแนวนโยบายประชารัฐสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม ซึ่งมิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม เป็นแนวทางบริหารจัดการไร่อ้อยอย่างยั่งยืนตามแบบฉบับของมิตรผล ที่เกิดจากการศึกษาวิธีการทำไร่อ้อย ที่ได้นำเทคนิคและความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ให้เข้ากับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และวิถีชีวิตของชาวไร่อ้อยในประเทศไทย อีกทั้ง เพื่อปรับเปลี่ยนการทำไร่อ้อยไปสู่รูปแบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพอย่างครบวงจรและยั่งยืน นอกจากนี้ มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม ยังช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม จึงส่งเสริมการทำไร่เกษตรแบบสมัยใหม่ ที่นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ และสนับสนุนการใช้เครื่องจักรกลในการทำเกษตร เช่น การนำอุปกรณ์รถตัดอ้อย-สางอ้อยมาใช้เก็บเกี่ยว ตลอดจนส่งเสริมให้มีการเก็บใบอ้อยนำไปขายทำเชื้อเพลิงชีวมวลแทนการเผา เป็นการเพิ่มคุณค่าอ้อยได้สูงสุด แล้วยังสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกร ที่สำคัญยังลดปัญหาอ้อยไฟไหม้และมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ลงได้ 
 
นอกจากนี้เกษตรกรชาวไร่อ้อยมักจะเผาไร่ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ดังนั้น บริษัทมีนโยบายให้ลดการเผา โดยได้สนับสนุนให้เกษตรกรตัดอ้อยสด เพื่อให้ใบอ้อยชุ่มชื้น เพื่อให้ย่อยสลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ในดิน โดยเกษตรกรสามารถเก็บสิ่งที่เหลือในไร่อ้อยของพวกเขาเป็นวัตถุดิบชีวมวล ที่สามารถขายให้กับโรงไฟฟ้าและสร้างรายได้เพิ่ม อีกทั้ง กลุ่มมิตรผลยังได้มีเจตนารมณ์ในการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสถานศึกษา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทักษะชีวิต จึงสนับสนุนโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา หรือ Partnership School ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและต่อยอดหลักสูตรการเรียนการสอนภายในสถานศึกษานำร่องอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ Learning Center ประจำโรงเรียน ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนบ้านภูดิน (มิตรผลอุปถัมภ์) ได้จัดการศึกษา โดยยึดหลักปรัชญาของเศษฐกิจพอเพียงในการดำเนินงาน เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิตสำหรับชุมชน ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาของคนในท้องถิ่นและการพัฒนาทางด้านทักษะอาชีพของชุมชนท้องถิ่นให้มีคุณภาพก้าวทันโลกยุคใหม่
 
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ชมการแสดงฟ้อนรำชุดสาวไร่อ้อยจากประชาชนจากอำเภอภูเขียวจังหวัดชัยภูมิ จำนวน 120 คน พร้อมกล่าวกับประชาชนว่า รู้สึกดีใจที่ได้มาพบปะพี่น้องชาวอำเภอภูเขียวและพื้นที่ใกล้เคียง ที่วันนี้มาเกือบ 5,000 คน ซึ่งวันนี้ก็ได้นำคณะรัฐมนตรีมาลงพื้นที่พบปะกับประชาชนด้วย การทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลต้องทำงานร่วมกันไม่ว่าจะมาจากพรรคไหนก็ตาม ต้องทำงานเพื่อประชาชน สำหรับประชาชนชาวอำเภอภูเขียวและพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ สร้างรายได้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เกือบทุกส่วน ลำต้นอ้อยนำมาผลิตอาหาร ทั้งน้ำอ้อย น้ำตาล ชานอ้อยสามารถนำมาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าชีวมวล นอกจากจะช่วยให้ประเทศมีพลังงานไฟฟ้าใช้ได้เพิ่มเติมแล้ว  เกษตรกรสามารถเพิ่มรายได้อีกด้วย ดังนั้น จึงขอให้ทุกคนเลิกเผาอ้อย เพราะจะทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน  และอยากให้ทุกคนเห็นถึงความสำคัญเรื่องเกษตรปลอดภัย ซึ่งวันนี้โลกให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายที่ดี ซึ่งคนไทยก็มีทั้งโรคความดัน เบาหวาน หัวใจ เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องดูแลตนเอง โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย
 
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงมาตรการกำหนดให้โรงงานรับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบได้ไม่เกินร้อยละ 50 ต่อวัน สำหรับฤดูการผลิตปี 2563/2564 จะลดปริมาณอ้อยไฟไหม้เข้าหีบเพียงร้อยละ 0 - 5  ต่อวัน ซึ่งคาดว่าจะทำให้อ้อยไฟไหม้หมดไปภายในระยะ 3 ปี นอกจากนี้ ยังมีมาตรการโครงการการเพิ่มมูลค่าหรือการใช้ประโยชน์จากใบอ้อยที่เหลือจากการตัดอ้อยสด เพื่อเป็นการจูงใจให้ลดการเผาอ้อยก่อนการเก็บเกี่ยว  และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อย
 
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลมีของขวัญปีใหม่มอบให้ประชาชนในปี 2563 ดังนี้ 1) การตรึงราคาค่าไฟฟ้า (คงอัตราค่าเอฟที) ตั้งแต่เดือนมกราคม - เมษายน 2563 นานถึง 4 เดือน 2) ลดราคาสินค้า 30 -70% โดยมีผู้ผลิตสินค้าอุปโภค-บริโภค และผู้ประกอบการทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรม 3) ช่วยค่าเก็บเกี่ยว รัฐบาลมีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในโครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยช่วยค่าเก็บเกี่ยวสูงสุด 10,000 บาทต่อครอบครัว รับเงินค่าเก็บเกี่ยวปรับปรุงคุณภาพข้าว 500 บาทต่อไร่ และ 20 ไร่ต่อครัวเรือน (ไม่เกิน 10,000  บาทต่อครัวเรือน)
 
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมในความร่วมมือระหว่างภาครัฐ โรงงานน้ำตาลมิตรภูเขียว และเกษตรกรชาวไร่อ้อย  ที่ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้ในพื้นที่ ร่วมกันรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ป้องปราม เรื่องการไม่เผาอ้อย ซึ่งจะเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน อีกทั้ง ความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ดำเนินการตามแนวทางประชารัฐ ที่กลุ่มบริษัทมิตรผลเข้ามาร่วมกับจังหวัดชัยภูมิในการจัดทำโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา Partnership School ถือเป็นต้นแบบความร่วมมือกับภาคเอกชน ในการช่วยกันยกระดับการศึกษาของท้องถิ่น เพื่อวางรากฐานการศึกษาแก่ลูกหลานชาวไร่อ้อย รวมถึงลูกหลานคนในชุมชน โดยการสนับสนุนพัฒนาระบบการศึกษา โดยเฉพาะในกลุ่มโรงเรียนขยายโอกาสให้เข้าถึงการศึกษาของไทยและลดความเหลื่อมล้ำอีกด้วย 

 

 

 



 







Recommend News





MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.