เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)




นายกฯ อนุทิน แถลงความคืบหน้าพระเมรุมาศสมเด็จพระพันปีหลวง เปิดแบบยึดโบราณราชประเพณี


26 ม.ค. 2569, 12:51





นายกฯ อนุทิน แถลงความคืบหน้าพระเมรุมาศสมเด็จพระพันปีหลวง เปิดแบบยึดโบราณราชประเพณี



วันนี้ (26 มกราคม 2569) เวลา 10.20 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แถลงความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ และเครื่องประกอบ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร และผู้เกี่ยวข้องร่วมงาน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  ได้นำความเศร้าโศกเสียใจมาสู่พสกนิกรทั่วประเทศ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่ทรงมีต่อประเทศชาติและพสกนิกร ตลอดพระชนมชีพ รัฐบาล ในฐานะตัวแทนของปวงชนชาวไทย ได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ให้เป็นไปตามพระราชประเพณี และสมพระเกียรติยศทุกประการ โดยได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในครั้งนี้

รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรดำเนินการออกแบบ และจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ การออกแบบพระหีบจันทน์ พระโกศจันทน์ และเครื่องสังเค็ดในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งบัดนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุมัติให้จัดสร้างตามรูปแบบที่รัฐบาลกราบบังคมทูลพระกรุณาแล้ว

ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้ยึดหลักการออกแบบพระเมรุมาศให้ถูกต้อง ตามโบราณราชประเพณี และมีความงดงามทางรูปแบบศิลปกรรม ทั้งสื่อแนวคิดซึ่งสะท้อนถึงพระราชจริยวัตร และพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย พระเมรุมาศที่จัดสร้างในครั้งนี้ มีส่วนยอดเป็นทรงมงกุฎแปลง ตามอย่างเครื่องศิราภรณ์ของเจ้านาย ประกอบด้วยหลังคาซ้อน 7 ชั้นเชิงกลอนเสมอด้วยพระมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ส่วนปลียอดเป็นรูปพรหมพักตร์สื่อถึงการเสด็จสู่พรหมโลกหลังการสวรรคต และสื่อถึงพระราชสมัญญา “แม่ของแผ่นดิน” ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เสมือนมารดาดูแลรักษาบุตร จึงอาจกล่าวได้ว่าทรงเป็นดังพรหมของบุตรคือ พสกนิกรชาวไทยทั้งปวง ที่ยอดบนสุดของพระเมรุมาศประดับนพปฎลมหาเศวตฉัตร หรือฉัตร 9 ชั้น เพื่อแสดงถึงพระบรมราชอิสริยยศชั้นสูงสุด

พระเมรุมาศมีแผนผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทรงปราสาท ออกมุข 4 ด้าน ตั้งอยู่เหนือฐานชาลา 2 ชั้น ที่ตกแต่งด้วยรูปเทวดา สื่อถึงการเสด็จสู่สวรรคาลัย หลังคาสีฟ้าหม่น สลับสีปีกแมลงทับ หน้าบันแต่ละด้าน ประดับอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. บนพื้นสีฟ้า เป็นสีประจำวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพ พื้นหลังสีชมพู ซึ่งเป็นสีแห่งศรีของวันพระราชสมภพ ซุ้มหน้าบันจัดสร้าง ในลักษณะซุ้มหน้านาง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงมงกุฎ และสร้อยพระศอที่เคยทรงขณะดำรงพระชนมชีพ ส่วนลายประกอบสำหรับตกแต่งพระเมรุมาศได้รับแรงบันดาลใจมาจากพรรณไม้ต่าง ๆ ที่เนื่องด้วยพระนาม “สิริกิติ์” ส่วนฉากบังเพลิง จัดปักโดยฝีมือช่างสถาบันสิริกิติ์ ซึ่งถือกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ภูมิทัศน์โดยรอบพระเมรุมาศจัดวางตามแนวคิดภูมิจักรวาล ประดับด้วยสระทรงกลม รายรอบด้วยรูปสัตว์หิมพานต์ และตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ สื่อถึงพระราชกรณียกิจการอนุรักษ์การแสดงโขน นอกจากนั้น ยังมีสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ได้แก่ พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตร และทิม สำหรับเป็นที่ประทับ และรับรองทูตานุทูต ตลอดจนแขกที่ได้รับเชิญเข้าร่วมพระราชพิธี
 
สำหรับการจัดสร้างพระหีบจันทน์และพระโกศจันทน์ ขณะนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดส่งไม้จันทน์หอมสำหรับจัดสร้างให้แก่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากรแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายแบบและลวดลายเพื่อจัดสร้างต่อไป ส่วนพระโกศพระบรมอัฐิ ทำด้วยทองคำลงยาราชาวดีประดับรัตนชาติ รูปทรง 8 เหลี่ยม ยอดทรงมงกุฎ ตามรูปแบบที่สืบทอดมาแต่โบราณ นอกจากนั้น ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดสร้างเครื่องสังเค็ดสำหรับพระราชทานไปยังพระอารามหลวงและศาสนสถานต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วย โต๊ะหมู่ ตู้หนังสือ โต๊ะทำงานพร้อมชั้นหนังสือและเก้าอี้ จัดสร้างจำนวน 4 แบบ และโคมไฟ ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย และพระราชทานพระบรมราชานุมัติ ให้ดำเนินการจัดสร้างเรียบร้อยแล้ว

สำหรับกำหนดการจัดสร้างพระเมรุมาศในครั้งนี้ จะเริ่มก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์ และจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม พุทธศักราช 2569 จากนั้น รัฐบาลจะนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย เพื่อกำหนดวันประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพต่อไป
 
อนึ่ง ก่อนการแถลงข่าว อธิบดีกรมศิลปากรได้นำ นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะผู้เกี่ยวข้อง ชมนิทรรศการนำเสนอรูปแบบพระเมรุมาศ อาคารประกอบ และการจัดภูมิทัศน์ ซึ่งจะดำเนินการก่อสร้างต่อไป






MOST POPULAR





















©2018 ONBNEWS. All rights reserved.