เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



พ่อหนุ่มตี๋ซีวิค เปิดใจขอโทษสังคม ยืนยันลูกป่วยรักษาตัวจริง จ่อส่งกลับต่างประเทศ


24 ต.ค. 2562, 12:04



พ่อหนุ่มตี๋ซีวิค เปิดใจขอโทษสังคม ยืนยันลูกป่วยรักษาตัวจริง จ่อส่งกลับต่างประเทศ




กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในขณะนี้ สำหรับคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวานนี้ (23 ต.ค.62) หนุ่มตี๋หัวร้อนโดนรถชนแล้วด่าดูถูกคู่กรณี เบ่งอวดรวย ก่อนจะกราดคนไทยทั้งประเทศ แม้ทางแฟนสาวจะพยายามห้ามแต่ไม่เป็นผล ต่อมาช่วงค่ำวันเดียวกัน หนุ่มตี๋ ได้ถูกเชิญมาที่ สภ.พุทธมณฑลเพื่อเข้าบันทึกการจับกุม ก่อนจะรับสารภาพ พิมพ์ลายนิ้วมือ โดนแจ้งข้อกล่าวหา หมิ่นประมาทซึ่งหน้า หรือ ดูหมิ่นเหยียดหยามผู้อื่นต่อหน้าธารกำนัล ในที่สาธารณะ

ทางด้านพ่อของหนุ่มตี๋ ได้เปิดใจถึงกรณีนี้ว่าเหตุเกิดขึ้นขณะลูกชายเดินทางไปทำบุญกับแฟนที่วัด ระหว่างกลับรถเกิดเฉี่ยวชนขึ้นกับกระบะคู่กรณี 

ภาพจาก amarintv



ครอบครัวต้องขอโทษกับเหตุการณ์นี้ และขอโทษสำหรับพฤติกรรมไม่เหมาะสม ลูกชายตนป่วยโรคซึมเศร้า และมีภาวะควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ เคยมีประวัติรักษาตัวที่โรงพยาบาลมโนรมย์ ย่านบางนา มีประวัติการรักษามาเป็นปี และต้องทานยาตลอดเวลา สำหรับยาที่ใช้ทานคือ Escitalopram เป็นยาที่ใช้รักษาโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล ยานี้มีกลไกการออกฤทธิ์โดยช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทเซโรโทนินในสมอง ทำให้สภาวะอารมณ์ของผู้ป่วยกลับมาเป็นปกติ ตนยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลูกชายตนมีความคิดผิด 

ภาพจาก amarintv

 

ลูกชายไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่เด็ก เรียนและใช้ชีวิตที่ต่างประเทศจนเรียนจบและกลับมาอยู่เมืองไทยได้ประมาณปีกว่า มักบ่นทุกครั้งเวลาขับรถถึงระเบียบเมืองไทยไม่ดี ไม่มีน้ำใจ ซึ่งแตกต่างจากต่างประเทศ เวลาขับรถต่างประเทศถ้าเปิดไฟขอทางจะให้ แต่เมืองไทยเมื่อเปิดไฟคือด่า ไม่มีน้ำใจ ทำให้เวลาขับรถมักเกิดอุบัติเหตุ อุบัติเหตุครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ทุกครั้งที่เกิดลูกชายจะมีอารมณ์โกรธแค้น ควบคุมตัวเองไม้ได้

ครอบครัวเคยสอนแล้วว่าบนท้องถนนมีน้ำคนมีน้ำใจ และไม่มีน้ำใจต้องแยกแยะ ตอนแรกยังไม่ทราบว่าเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นเพราะลูกบอกเคลียร์แล้ว แต่เมื่อเห็นคลิปก็ยอมรับว่าตกใจ 

 

ลูกชายคนเป็นคนเรียนเก่ง เป็นอาจารย์สอนภาษา ตั้งใจทำงาน หากไม่มีเรื่องมากระตุ้นก็จะไม่มีอาการ แต่หลังจากนี้คงไม่ให้ขับรถแล้ว ส่วนเรื่องถูกให้ออกจากงาน บริษัทไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น จากนี้จะให้ลูกพักรักษาตัว และจะคิดดูว่าจะให้กลับไปอยู่ต่างประเทศหรือไม่ 

ยืนยันว่าฐานะครอบครัวปานกลาง พ่อแม่ยังต้องทำงาน ลูกพูดไปเพราะอาการป่วยและพยายามด่าทอคู่กรณี ตนอยากขอให้สังคมให้อภัยและหยุดแชร์คลิป และทำเฟซบุ๊กปลอม เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องลูกได้ปิดช่องทางในโซเชียลทั้งหมดแล้ว 


ขอบคุณข้อมูล amarintv, เรื่องเล่าเช้านี้






Recommend News





MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.