เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



สุดสลด ! "กระบะ" พุ่งชนซาเล้งพ่วงข้าง 4 แยก 100 ศพ ดับคาที่ 1 สาหัส 2


21 ต.ค. 2562, 08:31



สุดสลด ! "กระบะ" พุ่งชนซาเล้งพ่วงข้าง 4 แยก 100 ศพ ดับคาที่ 1 สาหัส 2




วันที่ 20 ต.ค. 62 ผู้สื่อข่าว ONB news รายงานว่า ร.ต.อ.สุเทพ มรกตจักษุพันธุ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สำรอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากตำรวจสายตรวจประจำจุดบริการประชาชนบ้านสระเศรษฐี ต.บ้านใหม่ฯ ว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะพุ่งชนรถซาเล้งพ่วงข้างมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 2 รายในที่เกิดเหตุ เหตุเกิดบริเวณ 4 แยกถนนเลียบริมคลองชลประทานสายบ้านหนองโก-พังตรุ หมู่ 5 ต.บ้านใหม่ อ.ท่าม่วงฯ หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบพร้อมประสานแพทย์เวร ร.พ.สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 มาร่วมทำการชันสูตรพลิกศพ

    

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า เจ้าหน้าที่มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์(กู้ชีพพุ่อขุนรัตนาวุธ)กำลังยืนอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในที่เกิดเหตุ ซึ่งเกรงว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนเกิดขึ้นได้ เนื่องจากช่วงเวลาเกิดเหตุดังกล่าวเป็นช่วงตอนเย็นจึงมียวดยานพาหนะวิ่งผ่านไปมาบริเวณ 4 แยกเป็นจำนวนมาก  ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าวีโว่สีดำ หมายเลขทะเบียน 2 ฒต.-7872 กรุงเทพมหานครฯ จอดอยู่ริมไหล่ทางในสภาพด้านหน้ารถชนกับเสาไฟฟ้าส่องสว่างและชนกับรถ จยย.ซาเล้งพ่วงข้างยี่ห้อฮอนด้าดรีมสีน้ำเงินดำ หมายเลขทะเบียน กมธ.-887 กาญจนบุรี ทำให้ด้านหน้ารถและตัวพ่วงข้างพังเสียหาย และตัวเสาไฟฟ้าโค่นเอนลงมา

    

ที่บริเวณหน้ารถซาเล้งพ่วงข้างพบร่างของผู้เสียชีวิตนอนหงายเลือดไหลนองพื้นอยู่ในสภาพเลือดไหลออกปากออกจมูก กะโหลกศีรษะแตก หัวไหล่ด้านซ้ายหักผิดรูป สอบสวนทราบชื่อผู้ตายชื่อนายหวาน ผ่องใส อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/2 หมู่ 4 ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัวฝูง

    

จากการสอบสวนทราบอีกว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 รายซึ่งเป็นภรรยากับลูกสาวของผู้ตาย ภรรยาชื่อนางปราณี โพธิ์กิ่ง อายุ 48 ปี ส่วนลูกสาวชื่อ ดญ.จันนภา ผ่องใส อายุ 7 ปี ซึ่งอาการสาหัสมากได้เร่งเคลื่อนย้ายส่งไป ร.พ.พหลพลพยุหเสนาฯ

    

ในเบื้องต้นจากการสอบสวนทราบจากผู้เห็นเหตุการณ์ว่า ขณะที่นายหวาน ผู้ตายได้ขี่รถ จยย.ซาเล้งพ่วงข้างพาภรรยาและลูกสาวออก จากบ้านริมเชิงภูเขาที่ผู้ตายไปปลูกกระต๊อบเลี้ยงวัว เพื่อออกไปเติมน้ำมันที่ปั้มน้ำมันใกล้จุดบริการชาชนบ้านสระเศรษฐี ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร โดยขี่รถมาทางตรง เมื่อมาถึงช่วงกลาง 4 แยก

    

ได้มีรถยนต์กระบะคันดังกล่าวซึ่งมีนายประยงค์ พันทา อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61/1 หมู่ 9 ต.ขอนยูง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นช่างรับเหมาเป็นคนขับมากับภรรยา ได้ขับรถวิ่งมุ่งหน้ามาตามถนนเลียบริมคลองชลประทานฯ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถก็วิ่งเข้าชนรถซาเล้งพ่วงข้างของนายหวานกับภรรยาและลูกอย่างจังจนทำให้นายหวานเสียชีวิตดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปสอบปากคำเพื่อดำเนินการตามกฏหมาย

    

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุนายประยงค์ พร้อมด้วยภรรยาได้เปิดประตูเดินลงมาจากรถพร้อมทั้งร้องไห้โฮตรงเข้าไปก้มกราบร่างอันไร้วิญญาณของนายหวานผู้ตาย และร่ำไห้ด้วยเสียงสะอื้นว่า"ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ครับ ผมมองไม่เห็นเพราะราวสะพานมันบัง"

    

ซึ่งนายประยงค์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะขับรถชนรถผู้ตายเลย เลิกงานก่อสร้างที่บ้านหัวนา    ในตัวเมืองกาญจน์แล้ว เพื่อนๆ ได้โทรศัพท์มาตามให้ไปทำงานต่อที่ จ.ภูเก็ต ในวันพรุ่งนี้แล้วก็ออกเดินทางมาวันนี้เพื่อขับรถไปเรื่อยๆ และก็จะแวะพักตามทาง  ไม่คิดว่าจะมาเกิดอุบัติเหตุแบบนี้ขึ้น ผมเสียใจจริงๆ นายประยงค์ กล่าวโอดครวญในตอนท้าย

    

และหลังจากเกิดเหตุชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาดูพร้อมทั้งจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ว่า ที่ผ่านมา ได้ขอสัญญาณไฟเขียวไฟแดงไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร (อดีต สส.แมน) ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่สี่แยกบ้านสระเศรษฐี อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หลังได้รับการร้องเรียน ถึงความไม่ปลอดภัยกับพี่น้องประชาชน ในการสัญจรผ่านสี่แยกนี้เพราะมักเกิดอุบัติเหตุมากมายหลายครั้ง บางครั้งทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิ้นของพี่น้องประชาชน โดยแยกนี้ไม่มีแม้แต่สัญญาณไฟจราจร โดยประชาชนใช้สัญจรกันเป็นจำนวนมาก

 

เพราะเป็นเส้นทางลัดไปจังหวัดราชบุรี และเป็นเส้นทางท่องเที่ยวของอำเภอท่าม่วง เช่นร้านกาแฟ ที่สร้างกันเรียงราย และวัดถ้ำเสือ วัดถ้ำเขาน้อย ฯลฯ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำตู้บริการประชาชนแยกสระเศรษฐี กล่าวว่าแต่ละเดือนเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง บางครั้งถึงขั้นเสียชีวิต และบาดเจ็บ บางรายถึงสาหัส จากการลงพื้นที่ของสื่อมวลชนแต่ละครั้งมักเกิดอุบัติรายแรง รายและเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุรถพ่วงชนกับรถตู้ทำให้มีผู้เสียชีวิตนับ10 ราย  และได้ขอให้ทาง อบจ.กาญจนบุรี จัดสรรงบประมาณ มาติดตั้งสัญญาณไฟเป็นการเร่งด่วนเพื่อเป็นการช่วยลดอุบัติเหตุ แต่ยังไม่ได้มีการติดตั้งก็มาเกิดเหตุขึ้นอีกแล้ว ชาวบ้านจึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยมาติดตั้งสัญญาณไฟเขียวไฟแดงให้เป็นการเร่งด่วนสักทีเถอะ ไม่เช่นนั้นจะต้องมีการสังเวยกันอีกไม่รู้เท่าใด หากไม่เจ็บก็ตายอีกไม่รู้กี่ศพต่อกี่ศพแน่นอนเสียงของชาวบ้านฝากผ่านสื่อมาในวันนี้./



 

 


 






Recommend News





MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.