เปิด ปิด การใช้งานคุกกี้ของ ทรูฮิต (Truehits Cookies)



ชาวบ้านนับ 100 ช่วยลากเก๋งป้าหลาน หลังน้ำป่าไหลเชี่ยวพัดรถ หายไปกับกระแสน้ำ


3 ธ.ค. 2566, 13:30



ชาวบ้านนับ 100 ช่วยลากเก๋งป้าหลาน หลังน้ำป่าไหลเชี่ยวพัดรถ หายไปกับกระแสน้ำ




 


วันที่ 2 ธ.ค.66 เวลา 21.00 น.นายพิศิษฐ์  ฤทธิพิชัยสงคราม นายอำเภอสวี จ.ชุมพรได้รับแจ้งจาก ผู้ใหญ่บ้าน ม.9 ต.ครน อ.สวี จ.ชุมพร ว่าได้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ และได้เกิดเหตุรถยนต์ถูกกระแสน้ำพัดพาคนจมสูญหาย 1ราย   จึงพร้อมด้วย นายบุญก้อง ศรีสงคราม ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง กำนันตำบลครน  พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี  ผกก.สภ.สวี กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์(กู้ภัยสายชล)เร่งตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ 

ที่เหตุเกิดพบรถยนต์ เก๋งยี่ห้อ นิสสัน มาร์ช หมายเลขทะเบียน กต 2209 ชุมพร ถูกกระแสน้ำพัดจม บริเวณก่อนถึงสะพานปรา-นน ประมาณ 150 เมตร บนถนนสายเขาล้าน-ปลายกริม ม.9 ต.ครน ซึ่งมีน้ำป่าไหลเชี่ยวกราดชาวบ้านและผู้นำชุมชนช่วยกันใช้เชือกนับร้อยคนช่วยดึงรถเก๋งขึ้นจากน้ำอย่างทุลักทุกเลและยากลำบากด้วยกระแสน้ำค่อนข้างรุนแรง มาจอดไว้บนถนนโดยมีนางพัชนิญา ปิ่นนาค  อายุ 39 ปี  เป็นผู้ขับ และมี ด.ช.กรวิชญ์  ทินแก้ว  อายุ 10 ปี โดยสารมา (มีความสัมพันธ์เป็นป้ากับหลาน) แต่ด.ช.กรวิชญ์ได้ถูกกระแสน้ำพัดหายไป 

จากการสอบถามทราบว่า นางพัชนิญาฯ ได้เดินทางมาส่งญาติในพื้นที่ ม. 10 ต.ครน และในช่วงเวลาเกิดเหตุกำลังจะเดินทางกลับบ้านพักในพื้นที่ ตำบลท่าหิน เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ มีกระแสน้ำพัดแรงจนทำให้รถเสียหลักจมน้ำ ซึ่งนางพัชนิญาฯ และ ด.ช.กรวิชญ์ฯ พยายามออกจากรถแต่ได้ถูกกระแสน้ำที่ไหลแรงพัดพาไป โดยนางพัชนิญาได้เปิดกระจกหน้าต่างพาด.ช.กรวิชญ์หนีตายออกจากรถแต่น้ำไหลเชี่ยวทำให้ด.ช.กรวิชญ์หลุดมือหาย นางพัชนิญาจึงได้กระเสือกระสนไปเกาะต้นไม้ไว้ได้ปลอดภัยต่อมามีชาวบ้านมาพบช่วยเหลือไว้ได้ แต่ ด.ช.กรวิชญ์ฯ ได้หายไปกับกระแสน้ำ  


ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยสายชลชุมพร ได้เร่งดำเนินการ ค้นหา ด.ช.กรวิชญ์ฯแต่ปรากฏว่าช่วยกันระดมค้นหาหลายชั่วโมงยังไม่พบ จึงยุติการค้นหาโดยจะเริ่มกันในเช้าวันรุ่งขึ้นเวลา 09.00น.  ขณะที่ระดับน้ำก็ลดอย่างรวดเร็วจนแห้งเช่นเดียวกันภายไม่กี่ชั่วโมง

ด้านนางสมบัติ  หีดชนะ เลขานุการนายกอบต.ครน ได้เล่าเหตุการณ์ขณะไปพบผู้ประสบภัยเป็นคนแรกกับลูกสาวว่า เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักจึงเดินทางไปดูระดับน้ำบริเวณสะพานปรา-นน สังเกตเห็นรถยนต์ถูกกระแสน้ำพัดลอยไปไกลประมาณ 100-150 เมตรจึงร้องเรียกให้ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงช่วย พบเจ้าของรถเกาะติดอยู่บนต้นไม้ช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัยและชาวบ้านผู้นำชุมชนอาสากู้ภัยนำสายเชือกมาดึงรถขึ้นจากน้ำได้สำเร็จ โดยผู้ประสบเหตุเล่าว่า  เท้าไปแตะเบรกรถเลยหมุนลื่นไถลลงไปในน้ำทำให้พลิกคว่ำ พอรู้สึกตัวว่ารถลงน้ำจึงเปิดประตูรถดึงหลานไว้แต่ระหว่างนั้นน้ำดันเข้าประตูเด็กจึงหลุดมือหายไป” นางสมบัติเล่าให้ฟัง





คำที่เกี่ยวข้อง : #เก๋งป้า   #หลาน  




Recommend News






MOST POPULAR


























©2018 ONBNEWS. All rights reserved.