"ณัฐพล" เดินหน้า MIND as One ผสานรัฐ–เอกชน สร้างเกราะป้องกันสินค้าด้อยคุณภาพจากต่างประเทศ สั่งคุมเข้ม มอก. ยกระดับความปลอดภัยประชาชน
4 ก.พ. 2569, 14:08

วันที่ 28 มกราคม 2569 นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “สอจ. ต่อยอดเครือข่ายภาครัฐ และภาคเอกชน” โครงการตรวจติดตามร้านจำหน่าย ภายใต้โครงการส่งเสริม SMEs พร้อมมอบนโยบายการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าไม่มีคุณภาพและสินค้าด้อยมาตรฐานจากต่างประเทศที่ทะลักเข้าสู่ตลาดไทยในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้แก่ จังหวัดตรัง กระบี่ สตูล พังงา ภูเก็ต และระนอง โดยมี นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายภัทรพล ลิ้มภักดี รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นายสิทธิรงณ์ เร่งเงียบ รองเลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมจังหวัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ โรงแรมเรือรัษฎา จังหวัดตรัง
นายณัฐพล กล่าวว่า การขับเคลื่อนภารกิจครั้งนี้เป็นการสื่อสารทิศทางสำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะ “ครอบครัวอุตสาหกรรม” ภายใต้ยุทธศาสตร์และนโยบาย MIND 4 มิติ โดยเฉพาะมิติด้านการดูแลสังคม ความปลอดภัยของประชาชน และการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากปัญหาสินค้าด้อยคุณภาพและสินค้าผิดกฎหมายจากต่างประเทศ ที่ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการไทย และการแข่งขันทางการค้า แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมของประชาชนโดยตรง
ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า หัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาคือการทำงานแบบ “Thailand as One” ภายใต้แนวคิด “MIND as One” หรือ “ใจเดียว” ที่บูรณาการความเชี่ยวชาญด้านมาตรฐานของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เข้ากับความชำนาญในพื้นที่ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด รวมถึงการผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายในพื้นที่อย่างไร้รอยต่อ เพื่อสร้างเกราะป้องกันทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
นายณัฐพล กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางการดำเนินงานจะมุ่งยกระดับบทบาทของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดให้เป็น “ด่านหน้า” ในการดูแลพื้นที่ และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผ่านการเฝ้าระวังเชิงรุก (Market Surveillance) ด้วยกลยุทธ์ “เช็ก ชัวร์ โทรแจ้ง” โดยให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสแกนพื้นที่ ร้านค้า โกดัง และช่องทางจำหน่ายออนไลน์ ตรวจสอบเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. ควบคู่กับ QR Code ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และเมื่อพบความผิดปกติให้รายงานประสานมายังส่วนกลางทันที เพื่อขยายผลไปถึงต้นทางทั้งโรงงานผลิตและผู้นำเข้าอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งนำระบบการตรวจสอบมาตรฐาน มอก. ลงสู่ระดับจังหวัดอย่างเป็นระบบ ปูพื้นฐานการเก็บตัวอย่างและการตรวจมาตรฐานให้ถูกต้องและเข้มแข็ง
ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรมจะเดินหน้าปรับเปลี่ยนการทำงานสู่ยุคดิจิทัลด้วย e-Market Surveillance เพื่อให้ประชาชนรับรู้และเชื่อมั่นว่ากระทรวงอุตสาหกรรมเอาจริงเอาจังในการกำกับดูแล ป้องกันสินค้าไม่ได้มาตรฐาน และดูแลของผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงภายในกระทรวงเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับมาตรการลดการเผาอ้อยและการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้บูรณาการทำงานร่วมกันมาแล้วอย่างเป็นรูปธรรม
“กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลสินค้าที่อยู่ใกล้ตัวประชาชนและมีความเสี่ยงสูง อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง ยานยนต์ รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ของเล่นและภาชนะสัมผัสอาหาร ควบคู่กับการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้ยกระดับมาตรฐานการผลิต ยึดหลักอุตสาหกรรมคู่ชุมชน เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่พื้นที่ สร้างความเชื่อมั่นในสินค้า Made in Thailand ที่มีมาตรฐาน มีคุณค่า และสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล อันจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมไทยและประเทศไทยในภาพรวม” นายณัฐพล กล่าว




